สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก สภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการค้า รวมถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่เพิ่มขึ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าความยั่งยืนเป็นรากฐานสำคัญของการวางกลยุทธ์ การบริหารความเสี่ยง และการสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว บริษัทฯ จึงขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “4 ดี” ได้แก่ สินค้าดี คู่ค้าดี สิ่งแวดล้อมดี และสังคมดี เพื่อสนับสนุนให้ NER เติบโตอย่างมั่นคงและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในปี 2568 กลยุทธ์ “4 ดี” ได้ถูกนำไปปฏิบัติในทุกมิติของการดำเนินงาน โดยมีความก้าวหน้าสำคัญ ดังนี้

  • สินค้าดี บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ยางคุณภาพเพื่อตอบสนองต่อทิศทางตลาดและความคาดหวังของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำมากขึ้น ในปี 2568 ผลิตภัณฑ์ยางแท่ง STR 20 ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ โดยมีค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตเท่ากับ 205 กรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อกิโลกรัม ซึ่งต่ำกว่าค่าอ้างอิงของผลิตภัณฑ์ยางแท่ง STR 20 ในประเทศไทยถึงร้อยละ 29.31 นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เพิ่มมูลค่าของยางธรรมชาติด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปชนิดใหม่โดยใช้ยางรีไซเคิลตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้งานด้านปศุสัตว์ตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งสามารถสร้างรายได้จากผลิตภัณฑ์นวัตกรรมกว่า 95 ล้านบาท ในปี 2568
  • คู่ค้าดี บริษัทฯ มุ่งมั่นสนับสนุนเกษตรกรไทยและเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการจัดซื้อวัตถุดิบยางพาราภายในประเทศร้อยละ 100 โดยร้อยละ 82.71 มาจากเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกับส่งเสริมการยกระดับห่วงโซ่อุปทานให้มีคุณภาพ โปร่งใส และตรวจสอบย้อนกลับได้ บริษัทฯ ได้สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าวัตถุดิบอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สัดส่วนสิ่งแปลกปลอมในวัตถุดิบยางพาราลดลงจากร้อยละ 7 ในปี 2567 เหลือร้อยละ 3 ในปี 2568 ขณะเดียวกัน คู่ค้าวัตถุดิบจำนวน 10,824 รายผ่านเกณฑ์การประเมินตามข้อกำหนด EUDR ครอบคลุมพื้นที่สวนยาง 120,880 ไร่ เพื่อรองรับกฎระเบียบและความคาดหวังของตลาดโลกด้านแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
  • สิ่งแวดล้อมดี บริษัทฯ มุ่งสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 โดยให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ในปี 2568 บริษัทฯ เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและพลังงานชีวมวลต่อพลังงานทั้งหมดจากร้อยละ 39.41 เป็นร้อยละ 45.22 ด้วยการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีกำลังการผลิต 5.987 เมกะวัตต์พีก และการใช้พลังงานชีวมวลและก๊าซชีวภาพทดแทนก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนในกระบวนการผลิต ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 4,187.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถนำน้ำที่ผ่านการบำบัดและเศษยางกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการผลิตได้ถึงร้อยละ 100
  • สังคมดี บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียบนพื้นฐานของการเคารพในสิทธิมนุษยชน และมุ่งสร้างคุณค่าร่วมกับพนักงาน ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น ในปี 2568 บริษัทฯ สนับสนุนการจ้างงานคนในพื้นที่รวมถึงผู้พิการในสัดส่วนที่สูงกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย โดยพนักงานทั้งหมดเป็นคนไทย และร้อยละ 86.59 มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมทั้งดูแลและพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีอัตราการลาออกโดยสมัครใจอยู่ที่ร้อยละ 2.70 นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการพัฒนาและดูแลชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในพื้นที่รัศมี 10 กิโลเมตรรอบสถานประกอบการ เพื่อสนับสนุนการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาของเยาวชน การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงการรักษาวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น

จากความมุ่งมั่นในการบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาด เสริมสร้างความมั่นคงและความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีรายได้รวม 30,510.20 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,884.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ร้อยละ 10.96 และร้อยละ 14.38 ตามลำดับ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำ อาทิ การได้รับการจัดอันดับระดับเหรียญเงินจาก EcoVadis การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืนด้วยผลการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับสูงสุด “AAA” การได้รับรางวัล SET Sustainability Awards และ Best Investor Relations Awards จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ

ในนามของคณะกรรมการบริษัท คณะผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ผมขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่เชื่อมั่นและให้การสนับสนุนส่งเสริมบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา NER จะยังคงมุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่เราอยู่ร่วมกัน เพราะเราเชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง

“ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยางพารา ผมเชื่อมั่นว่า บริษัทฯ จะเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้กับผู้ถือหุ้นทุกท่าน ควบคู่กับการสร้างสรรค์คุณค่าให้กับสังคม”