แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างมากกับประสิทธิภาพการจัดการของเสียในองค์กร ที่นอกจากจะลดผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบแล้ว ยังช่วยให้บริษัท ฯ สามารถผลิตยางธรรมชาติคุณภาพสูงที่มีความได้เปรียบทางด้านต้นทุน บริษัท ฯ จึงได้กำหนด “นโยบายการบริหารจัดการของเสียอุตสาหกรรม” ให้ทุกส่วนงานปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียอย่างเคร่งครัด มุ่งมั่นในการลดปริมาณขยะและของเสียที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด และเพิ่มสัดส่วนการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยการใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมีเป้าหมายลดปริมาณของเสียที่ถูกส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบให้เหลือศูนย์ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือของผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่อุปทานให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดการขยะ การจัดเก็บ การคัดแยก และการรีไซเคิล เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนในการดำเนินงาน

บริษัทฯ ได้มอบหมายให้คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ที่รายงานต่อตรงคณะทำงานการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร โดยมีนายเอกพงษ์ ดวงอาจ ผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลและติดตามการดำเนินงานทั่วทั้งองค์กรให้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ และทบทวนนโยบายอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการดำเนินงานของบริษัท ฯ

ศึกษานโยบายการบริหาร จัดการของเสียอุตสาหกรรม เพิ่มเติมได้ที่ www.nerubber.com หรือ สแกน QR Code

บริษัทฯ บริหารจัดการขยะและของเสียตามข้อกำหนดของกฎหมายในประเทศไทย อาทิ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยนำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 มาใช้เป็นกรอบในการควบคุมและบริหารจัดการของเสียทั้งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตรายอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ยังได้รับการตรวจติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานด้านการจัดการของเสียเป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐาน และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

นอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสีย บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายโดยสมัครใจเพื่อยกระดับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมุ่งลดการใช้วัตถุดิบใหม่ ลดการพึ่งพาการกำจัดของเสียด้วยวิธีฝังกลบ และเพิ่มสัดส่วนการนำของเสียและวัสดุเหลือใช้ที่ยังมีศักยภาพกลับมาใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าสูงสุด บริษัทฯ นำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและแนวทาง 5Rs ได้แก่ Reduce การลดการใช้ทรัพยากร, Reuse การใช้ซ้ำ, Recycle การแปรรูปกลับมาใช้ใหม่, Refuse การหลีกเลี่ยงการใช้วัสดุหรือสารที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ Renewable การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน มาใช้ประกอบการดำเนินงานตามกลยุทธ์ 4 ป. “ประเมิน ป้องกัน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง” เพื่อจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนโดยรอบและสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายระยะยาวภายในปี 2573 ในการลดสัดส่วนของเสียที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบให้เหลือร้อยละ 0 และเพิ่มสัดส่วนของเสียที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้ร้อยละ 100 ของปริมาณของเสียทั้งหมด เป้าหมายดังกล่าวสนับสนุนการลดการใช้ทรัพยากรใหม่ด้วยการนำของเสียและวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตหรือการใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่นที่เหมาะสม แทนการส่งไปกำจัดขั้นสุดท้าย

ผลการดำเนินงานปี 2568
การบริหารจัดการขยะและของเสีย

ในปี 2568 บริษัทฯ ประสบเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงงาน ส่งผลให้เกิดของเสียจากความเสียหายของวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป บรรจุภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาคารสถานที่ ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณของเสียที่รายงานเมื่อเทียบกับการดำเนินงานตามปกติของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมา ของเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุเพลิงไหม้จัดอยู่ในประเภทของเสียจากกระบวนการผลิต จำแนกเป็นขยะไม่อันตราย ได้แก่ เศษยางที่ไหม้ เศษคอนกรีต รวมถึงการเข้าปฏิบัติงานของผู้รับเหมาเพื่อรื้อถอน ทำความสะอาดพื้นที่ และซ่อมแซมในส่วนต่างๆ จากเหตุเพลิงไหม้ ส่วนแผงโซลาร์เซลล์ที่ไฟไหม้จัดเป็นประเภทขยะอันตราย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยดำเนินการคัดแยก การนำกลับมาใช้ประโยชน์ และการกำจัดโดยผู้รับกำจัดที่ได้รับอนุญาต เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ บริษัทฯ พิจารณาว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณของเสียในปี 2568 นี้เป็นเหตุการณ์เฉพาะครั้ง (one-off incident) ที่ไม่ได้สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการของเสียในภาวะการดำเนินงานปกติ

ของเสียทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ สามารถจำแนกตามชนิดของเสีย ได้แก่ ของเสียอันตราย และ ของเสียไม่อันตราย และจำแนกตามแหล่งกำเนิดของเสีย ได้แก่ ของเสียจากกระบวนการผลิตและสำนักงาน และของเสียจากการอุปโภคบริโภคของพนักงาน ในปี 2568 บริษัทฯ มีขยะและของเสียจำนวนรวมทั้งสิ้น 3,034.47 ตัน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปี 2567 ถึงร้อยละ 84.87 เนื่องจากเหตุเพลิงไหม้ แบ่งเป็นของเสียอันตรายจำนวน 38.73 ตัน และของเสียไม่อันตรายจำนวน 2,995.74 ตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.28 และร้อยละ 98.72 ตามลำดับ

จากกระบวนการผลิตและสำนักงาน
(ตัน)
ร้อยละ จากการอุปโภคบริโภคของพนักงาน
(ตัน)
ร้อยละ
ของเสียอันตราย 38.73 1.28 0 0
ของเสียไม่อันตราย 2,995.74 98.72 92.25 100
รวม 3,034.47 100 92.25 100
การจัดการของเสียประเภทต่างๆ มีผลการดำเนินงาน ดังนี้
บริษัทได้รายงานปริมาณของเสียครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานของบริษัท จังหวัดบุรีรัมย์ โดยสรุปข้อมูลเบื้องต้น ดังตาราง
การจัดการขยะและของเสีย 2565 2566 2567 2568
ปริมาณ (ตัน)
การผลิตของเสีย
ปริมาณของเสียทั้งหมด 2,126.71 9,977.65 1,641.38 3,034.47
• ของเสียอันตราย 4.74 15.68 10.43 38.73
• ของเสียไม่อันตราย 2,121.97 9,961.97 1,630.95 2,995.74
การนำกลับมาใช้ใหม่
ปริมาณของเสียทั้งหมดที่นำกลับมาใช้ใหม่ 2,069.50 9,885.18 1,564.56 2,495.45
การลดการเกิดของเสียในกระบวนการผลิต
การจัดการขยะพลาสติกจากกระบวนการหีบห่อและขนส่ง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในกระบวนการหีบห่อและการขนส่งผลิตภัณฑ์ยาง โดยได้ดำเนินมาตรการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการปรับขนาดแผ่นพลาสติกรองชั้นยางให้เหมาะสมกับลักษณะสินค้า เพื่อลดการตัดแต่งส่วนเกินที่ก่อให้เกิดขยะพลาสติก และสามารถลดการใช้พลาสติกได้ 18 กรัมต่อชิ้น คิดเป็นร้อยละ 12.38 ของน้ำหนักพลาสติกเดิม ต่อมาได้พัฒนาเพิ่มเติมโดยปรับขนาดแผ่นพลาสติกให้พอดีกับฐานรองบรรจุภัณฑ์ (Pallet) มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ลดปริมาณเศษพลาสติกเหลือทิ้งจากกระบวนการหีบห่อ

ในปี 2568 บริษัทฯ ใช้พลาสติกสำหรับการหีบห่อผลิตภัณฑ์จำนวน 597.96 ตัน เพิ่มขึ้นจาก 539.79 ตันในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.78 ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการผลิตและการจัดส่งผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถลดปริมาณขยะพลาสติกจากกระบวนการหีบห่อจาก 3.16 ตันในปี 2567 เหลือ 2.63 ตันในปี 2568 หรือลดลงร้อยละ 16.77 ส่งผลให้สัดส่วนขยะพลาสติกต่อปริมาณพลาสติกที่ใช้ลดลงจากร้อยละ 0.59 เหลือร้อยละ 0.44 แสดงถึงประสิทธิภาพของมาตรการลดขยะพลาสติกจากต้นทาง โดยบริษัทฯ สามารถควบคุมการใช้วัสดุหีบห่อให้เหมาะสม และลดการสูญเสียของพลาสติกในกระบวนการหีบห่อ แม้ปริมาณการใช้พลาสติกโดยรวมจะเพิ่มขึ้นตามกิจกรรมการดำเนินงาน ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งยางธรรมชาติสำหรับลูกค้าภายในประเทศ จากฐานรองสินค้าแบบพลาสติก (Pallet) มาเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากเหล็กซึ่งสามารถหมุนเวียนใช้งานได้ในระยะยาว ส่งผลให้ลดการใช้ฐานรองสินค้าแบบพลาสติกได้ถึง 33,480 ฐาน และสามารถประหยัดต้นทุนด้านบรรจุภัณฑ์ได้ถึง 12.55 ล้านบาท

การนำขยะและของเสียกลับมาใช้ประโยชน์
การคัดแยกขยะเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์

บริษัทฯ ได้สร้างอาคารคัดแยกและที่พักขยะที่มีระบบรองรับการแยกขยะประเภทต่าง ๆ จากกิจกรรมการผลิตและสำนักงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการและไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินการคัดแยกเป็นประจำทุกวัน โดยขยะที่เกิดจากกระบวนการผลิต พนักงานจะดำเนินการคัดแยกขยะรีไซเคิลออกจากขยะประเภทอื่น พร้อมทั้งชั่งน้ำหนักและบันทึกข้อมูล ก่อนนำไปจัดเก็บยังอาคารพักขยะอย่างเป็นระบบ สำหรับขยะจากกิจกรรมการอุปโภคบริโภคของพนักงาน บริษัทฯ ได้จัดเตรียมจุดทิ้งขยะตามพื้นที่ต่าง ๆ ภายในโรงงาน โดยแต่ละจุดประกอบด้วยถังขยะแยกตามประเภทจำนวน 4 ถัง ได้แก่

  1. ถังสีน้ำเงิน จัดเก็บขยะทั่วไป
  2. ถังสีเหลือง จัดเก็บขยะรีไซเคิล
  3. ถังสีเขียว จัดเก็บขยะย่อยสลายได้
  4. ถังสีแดง จัดเก็บขยะอันตราย

ทั้งนี้ บริษัทฯ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการชั่งน้ำหนักขยะด้วยเครื่องชั่งมาตรฐาน และบันทึกข้อมูลเป็นประจำทุกวัน ก่อนนำขยะไปจัดเก็บยังอาคารพักขยะ ซึ่งขยะที่สามารถคัดแยกได้จากกระบวนการผลิตและกิจกรรมของสำนักงาน ได้แก่ ยางรถยนต์เก่า สังกะสี พลาสติก กระป๋อง เศษเหล็ก กระดาษ และขยะจากการอุปโภคบริโภคพนักงาน เช่น ขวดแก้ว ขวดน้ำพลาสติก โดยขยะแต่ละชนิดจะมีการบริหารจัดการให้นำกลับไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในองค์กรและนอกองค์กร โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถเพิ่มรายได้จากการจำหน่ายขยะรีไซเคิลที่คัดแยกได้รวมเป็นเงิน 1.23 ล้านบาท

การจัดการเศษยางจากกระบวนการผลิต

กระบวนการผลิตทำให้เกิดเศษยางในขั้นตอนการย่อยยางและการล้างยางก่อนเข้าสู่กระบวนการอบยาง บริษัทฯ จึงกำหนดเป้าหมายในการนำเศษยางจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตให้ได้ร้อยละ 100 โดยให้พนักงานคัดแยกและรวบรวมเศษยางใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ก่อนนำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต เพื่อเป็นส่วนประกอบในการผลิตภัณฑ์ยางใหม่ ซึ่งช่วยลดการสูญเสียวัตถุดิบในกระบวนการผลิต และสนับสนุนแนวทางการใช้วัสดุหมุนเวียนภายในกระบวนการผลิต แทนการส่งออกไปกำจัดภายนอก ในปี 2568 มีเศษยางเกิดขึ้น จำนวน 1,354.23 ตัน ซึ่งเศษยางทั้งหมด (ร้อยละ 100) ถูกนำกลับไปใช้ใหม่ทั้งหมด ทำให้บริษัท ฯ สามารถลดการใช้วัตถุดิบยางใหม่และประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อวัตถุดิบใหม่ได้ 69.74 ล้านบาท และสร้างมูลค่าจากการนำเศษยางมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เป็นเงิน 76.68 ล้านบาท

กากตะกอนจากการผลิตก๊าซชีวภาพ

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้นำกากตะกอนจากกระบวนการผลิตก๊าซชีวภาพ ซึ่งเกิดจากการใช้หญ้าเนเปียร์ กากมัน และขี้วัวเป็นวัตถุดิบ จำนวน 459.68 ตัน มาใช้เป็นสารปรับปรุงดินในพื้นที่แปลงปลูกหญ้าเนเปียร์ของบริษัทฯ รวม 952 ไร่ แทนการส่งไปกำจัดภายนอก การนำกากตะกอนดังกล่าวกลับมาใช้ประโยชน์ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและความชุ่มชื้นให้แก่ดิน ส่งเสริมการฟื้นฟูคุณภาพดินในพื้นที่เพาะปลูก และสนับสนุนการเจริญเติบโตของหญ้าเนเปียร์ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ จึงได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้เป็นแนวทางในการวิจัย ออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีเป้าหมายในการลดการใช้วัตถุดิบใหม่ การลดปริมาณวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตได้อีกเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์แผ่นยางปูพื้นสำหรับคอกปศุสัตว์และแผ่นยางปูพื้นเอนกประสงค์ โดยออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานหลายประเภท ได้แก่

  • ยางแผ่นปูพื้นคอกปศุสัตว์หรือยางรองนอนของสัตว์เศรษฐกิจหลายประเภท
  • แผ่นยางปูพื้นคอกปศุสัตว์ ชนิดความแข็ง 25 Shore A
  • แผ่นยางปูพื้นคอกปศุสัตว์ ชนิดทนแรงฉีกขาดสูง
  • แผ่นยางเอนกประสงค์จากวัสดุรีไซเคิล

ผลิตภัณฑ์ 3 รายการแรกผลิตจากยางธรรมชาติล้วน (ร้อยละ 100) ส่วนผลิตภัณฑ์แผ่นยางเอนกประสงค์ที่มีการใช้วัสดุตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ผลิตจากยางธรรมชาติร่วมกับยางรีไซเคิล โดยฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ ได้นำเศษยางจากกระบวนการผลิตและยางรีเคลมกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต เพื่อลดการใช้ยางใหม่จากทรัพยากรธรรมชาติ ลดปริมาณของเสียที่ต้องส่งกำจัด และเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ ทั้งยังมีส่วนสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ในปี 2568 บริษัทฯ สามารถลดการใช้วัตถุดิบยางธรรมชาติใหม่จำนวน 81.13 ตัน จากการนำเศษยางและยางรีเคลมมาใช้ใหม่ โดยผลิตภัณฑ์แผ่นยางปูพื้นทั้งหมดในกลุ่มดังกล่าวสามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในกระบวนการผลิตได้อีกเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน คิดเป็นร้อยละ 100

กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวครอบคลุมการคัดแยก การบด และการปรับปรุงคุณสมบัติของเศษยางและยางรีเคลม เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม โดยยังคงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ทั้งด้านความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ความทนทาน และความปลอดภัยต่อการใช้งาน ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกรายการได้รับการทดสอบคุณภาพและได้รับการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่ ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม

การส่งเสริมการมีส่วนร่วมเพื่อจัดการของเสียในองค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักและส่งเสริมความรู้ในเรื่องการจัดการขยะและของเสียแก่พนักงานทั่วทั้งองค์กร โดยในปี 2568 ได้ดำเนินกิจกรรมดังนี้

  • กิจกรรม Morning talk ที่จัดเป็นประจำทุกเช้าวันศุกร์ โดยฝ่ายสิ่งแวดล้อม ร่วมกับฝ่ายผลิต เพื่อสื่อสารให้ความรู้แก่พนักงานฝ่ายผลิต STR1 และ STR2 จำนวน 100 คน ที่หมุนเวียนเข้าร่วมตามรอบกะการทำงานก่อนเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อสื่อสารแนวทางการลดการใช้พลาสติกในกระบวนการผลิต การคัดแยกประเภทขยะอย่างถูกต้อง การเน้นย้ำเป้าหมาย Zero Waste to Landfill ของบริษัทฯ และการชี้แจงผลการลดปริมาณขยะพลาสติกให้พนักงานรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความกระตือรือร้นในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร รวมถึงการขอความร่วมมือให้พนักงานตัดพลาสติกรองชั้นยางให้มีขนาดพอดีกับขอบของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการผลิต เพื่อป้องกันการเกิดพลาสติกส่วนเกินที่ต้องตัดออกในขั้นตอนการบรรจุหีบห่อ ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • กิจกรรมตอบคำถามเพื่อรับรางวัลในโครงการ “NER Safety & CG Day 2025” ซึ่งในงานมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมให้ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยเน้นประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะภายในครัวเรือน การคัดแยกขยะประเภทต่างๆ และวิธีการลดการใช้ขยะถุงพลาสติก
  • ฝึกอบรมพนักงานใหม่ทุกคน เพื่อปลูกฝังความรู้เกี่ยวกับความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีพนักงานใหม่ที่เข้าร่วมและผ่านการอบรมสำเร็จ จำนวน 237 คน (ร้อยละ 100 ของพนักงานใหม่ทั้งหมด)
การแบ่งปันความรู้และสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคมในด้านการจัดการขยะ

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนท้องถิ่น เพื่อแบ่งปันและขยายผลความรู้ด้านการจัดการขยะจากภายในองค์กรสู่สังคม สนับสนุนการลดมลพิษจากขยะและของเสียในระดับชุมชน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นที่การสร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการจัดการขยะและของเสียอย่างเหมาะสม โดยสนับสนุนให้ชุมชนสามารถคัดแยกขยะได้ตั้งแต่ต้นทาง ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัด และเพิ่มโอกาสในการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์หรือสร้างมูลค่าเพิ่ม

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้เข้าร่วมกิจกรรม “12 พฤศจิกายน วันเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน” ร่วมกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 521 คนจากหน่วยงานภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และนักเรียนนักศึกษา โดยนอกจากการส่งเสริมความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแล้ว บริษัทฯ ยังใช้โอกาสดังกล่าวในการแบ่งปันความรู้ด้านการจัดการขยะให้แก่ชุมชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น การคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง การบริหารจัดการขยะในครัวเรือนและชุมชน และแนวทางการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ประโยชน์ผ่านการรีไซเคิลหรือการเพิ่มมูลค่า เพื่อสนับสนุนการลดปริมาณขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อร้องเรียนด้านการจัดการขยะและของเสีย

ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่พบกรณีการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะและของเสีย และไม่ได้รับข้อร้องเรียนที่ได้รับการตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าเป็นจริงในประเด็นดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการจัดการขยะและของเสียอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง เพิ่มสัดส่วนการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ และลดการพึ่งพาการฝังกลบ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนโดยรอบและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

จากการดำเนินงานด้านการจัดการขยะและของเสียเป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญแสดงดังตาราง
เป้าหมายระยะยาว
ปี 2573
เป้าหมาย
ปี 2568
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568
สัดส่วนของเสียที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบต่อปริมาณขยะทั้งหมด ร้อยละ 0 ไม่เกิน ร้อยละ 10 ร้อยละ 17.22
สัดส่วนของเสียที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อปริมาณขยะทั้งหมด ร้อยละ 100 มากกว่า ร้อยละ 95 ร้อยละ 82.24
นโยบายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม
นโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
นโยบายการจัดการของเสียอุตสาหกรรม