แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการจัดการกลิ่นและคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยวางกลยุทธ์การดำเนินงานด้วยการ “ควบคุม บำรุง ปรับปรุง ตรวจสอบ” เน้นการบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและชุมชนในกระบวนการจัดการกลิ่นและคุณภาพอากาศ เพื่อสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืนในการปกป้องสิ่งแวดล้อม

การประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพอากาศ

บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพอากาศอย่างครอบคลุม โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้แก่ กลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง สารเคมี สารเจือปนต่างๆ อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต การขนส่ง หรือการจัดเก็บวัตถุดิบ เป็นต้น จากการประเมินดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ ดังนี้

ปัจจัยความเสี่ยง มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบ
1. ฝุ่นละอองจากกระบวนการผลิตที่ปล่อยออกทางปล่องระบายอากาศ
  • ติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) เพื่อกรองฝุ่นและอากาศที่ปล่อยทางปล่องของกระบวนการผลิต
  • เปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาดแทน
  • ตรวจวัดคุณภาพอากาศด้านสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องเป็นประจำ
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบลำเลียงท่ออากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก เพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัด และลดการปล่อยฝุ่นและกลิ่นออกสู่ภายนอก
2. สารเคมี / สารระเหย / กลิ่น จากกระบวนการผลิตที่ปล่อยออกทางปล่องระบายอากาศ
  • ติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) เพื่อกรองสารระเหย สารเคมี และกลิ่น ที่ปล่อยทางปล่องของกระบวนการผลิต
  • ติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (Bio Scrubber) ที่บริเวณเตาอบยางเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย และบำบัดกลิ่นที่มีความเข้มข้นสูง
  • ตรวจวัดคุณภาพอากาศด้านสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องเป็นประจำ
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบลำเลียงท่ออากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก เพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัด และลดการปล่อยกลิ่นออกสู่ภายนอก
3. กลิ่นเหม็นของน้ำยางจากรถขนส่ง
  • จัดทำนโยบายสำหรับคู่ค้ายางพาราและรถขนส่งยาง ให้ทำการติดตั้งรางและถังรองรับน้ำชะจากก้อนยางไว้ที่รถขนส่ง ป้องกันการรั่วไหลจากรถขนส่ง
  • จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะในบริษัทฯ สำหรับคู่ค้าจอดรถขนส่งสำหรับรอลงยาง ซึ่งมีรางรับน้ำชะก้อนยางจากรถขนส่งยางเพื่อส่งเข้าระบบบำบัดทั้งหมด
4. กลิ่นเหม็นจากการหมักหมของกองยาง
  • ปรับปรุงอาคารให้เป็นระบบปิด สำหรับจัดเก็บวัตถุดิบ
  • ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้และน้ำยาบำบัดกลิ่นที่เป็นสารอินทรีย์ในพื้นที่กองยางอย่างสม่ำเสมอ โดยดำเนินการทุกวัน วันละ 3 ครั้ง เพื่อควบคุมกลิ่น
5. กลิ่นเหม็นจากการบำบัดน้ำเสีย
  • ปรับปรุงระบบการบำบัดน้ำเสียให้เข้าสู่กระบวนการหมักแบบไม่ใช้อากาศซึ่งเป็นระบบปิด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของกลิ่นและใช้ผลิตก๊าซชีวภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย
  • ฉีดพ่นพื้นที่รับน้ำชะยางสดด้วยสารอินทรีย์เพื่อลดการเกิดกลิ่นรบกวน

การจัดการและควบคุมกลิ่น

ปัญหากลิ่นเหม็นจากการดำเนินธุรกิจยางพารา ถือเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทฯ ให้ความใส่ใจและดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกิจกรรมในกระบวนการดำเนินงาน เช่น การขนส่ง การเก็บรักษาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการบำบัดน้ำเสีย ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของพนักงาน และความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ ดังนั้นเพื่อแก้ไขและลดผลกระทบดังกล่าว บริษัทฯ ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมคุณภาพอากาศที่กำหนดไว้ในทุกกระบวนการที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินงานดังนี้

การจัดการกลิ่นจากการขนส่ง

บริษัทฯ จึงได้กำหนดเงื่อนไขในการรับซื้อยางกับคู่ค้าขายยางพารา โดยให้รถขนส่งยางทุกคันต้องทำการติดตั้งรางน้ำและถังรองน้ำยางอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขข้อกำหนด หากคู่ค้าใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว บริษัทฯ จะงดเว้นการซื้อขายยางหรือการรับลงยางในครั้งนั้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะในบริษัทฯ สำหรับคู่ค้าจอดรถขนส่งสำหรับรอลงยาง ซึ่งในลานสะเทินรถขนส่งยางได้ทำรางรับน้ำชะก้อนยางจากรถขนส่งยางเพื่อรวบรวมน้ำชะยางทั้งหมดส่งเข้าระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ เพื่อกำจัดอย่างเหมาะสมด้วย

การจัดการกลิ่นจากกองยาง

บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยใช้อาคารระบบปิดที่จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับจัดเก็บยางก้อนถ้วยโดยเฉพาะ พร้อมทั้งกำหนดให้มีการล้างทำความสะอาดพื้นที่ของยางก้อนถ้วยที่เพิ่งได้รับจากคู่ค้า และฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้และน้ำยาบำบัดกลิ่นที่ผลิตจากสารอินทรีย์ธรรมชาติคลุมกองยางก้อนถ้วยอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ดำเนินการวันละ 3 ครั้ง เพื่อควบคุมกลิ่นที่ให้เหลือน้อยที่สุด

การจัดการกลิ่นในกระบวนการผลิต

บริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ซึ่งมีคุณสมบัติดักจับฝุ่น กลิ่น และควันจากกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังได้ติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียส่วนท้ายเพิ่มเติมด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (Bio Scrubber) เพื่อช่วยกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายและลดกลิ่นที่มีความเข้มข้นสูงให้บรรเทาลง นอกจากนี้ กำหนดให้มีการล้างทำความสะอาดท่อลำเลียงอากาศอย่างสม่ำเสมอตามความถี่ของการใช้งาน เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรกในท่อลำเลียงแต่ละส่วน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบำบัด รวมถึงการปล่อยฝุ่นและกลิ่นออกจากระบบได้เป็นอย่างดี

การจัดการกลิ่นจากการบำบัดน้ำเสีย

นอกจากน้ำเสียจากกระบวนการผลิตที่เข้าระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ แล้ว ยังมีน้ำชะยางสดในกระบวนการรับวัตถุดิบถูกรวบรวมส่งมาจากลานสะเทินรถขนส่งยางด้วย บริษัทฯ จึงได้เพิ่มการจัดการน้ำเสียส่วนนี้โดยการปันน้ำชะยางสดเข้าสู่กระบวนการหมักแบบไม่ใช้อากาศ ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นได้ส่วนหนึ่ง และเพิ่มการฉีดพ่นรางรับน้ำชะยางสดในพื้นที่ลานจอดรถด้วยสารอินทรีย์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเร่งการย่อยสลายโปรตีนอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกลิ่น

การจัดการและควบคุมคุณภาพอากาศจากปล่องระบาย

บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่อง ฝุ่นละออง และสารเคมี ตามเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบาย ออกจากโรงงาน พ.ศ. 2549 มาโดยตลอดเป็นประจำทุกปี

บริษัทฯ ดำเนินการเพิ่มเติมโดยติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ที่ปล่องระบายของห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อน ดักจับฝุ่นละอองและไอระเหยสารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (Bio Scrubber) ที่บริเวณเตาอบยางเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย และบำบัดกลิ่นที่มีความเข้มข้นสูง รวมทั้งยังดำเนินการเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาดแทน เช่น การใช้ก๊าซชีวภาพทดแทนการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในกระบวนการอบยาง เพื่อลดมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล

ในปี 2567 บริษัทฯ พบว่าคุณภาพอากาศที่วัดได้มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมทุกรายการ โดยมีค่าเฉลี่ยรวมต่ำกว่าค่ามาตรฐานถึงร้อยละ 95.87

จากการดำเนินงานด้านการคุณภาพอากาศเป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญแสดงดังตาราง

การจัดการคุณภาพอากาศ

การตรวจวัดปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 20-24 สิงหาคม และ 9-10 กันยายน 2567 โดยบริษัท ซี.อี.เอ็ม เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด มีผลการตรวจวัดแสดงดังนี้

การตรวจวัดปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่อง หน่วย ค่ามาตรฐาน 2564 2565 2566 2567
จุดตรวจวัดปล่องตาอบ F1 (ล็อคไม้สับ AB)
ค่าฝุ่นรวม (TSP) mg/m3 <320 10.81 14.12 9.66 31.66
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ppm <60 1.86 1.98 0.01 <0.01
ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ppm <200 51.77 32.04 9 <0.01
คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ppm <90 61.82 53.12 9 <0.01
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ppm <80 0.80 0.01 0.05 <0.01
จุดตรวจวัดปล่องตาอบ F1 (ล็อคไม้สับ CD)
ค่าฝุ่นรวม (TSP) mg/m3 <320 8.11 10.21 11.65 25.11
ค่าฝุ่นรวม (TSP) ppm <60 1.45 2.18 1.8 <0.01
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ppm <200 45.11 28.09 4 <0.01
ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ppm <90 48.66 43.11 15 1
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ppm <80 0.82 3.12 0.01 <0.01

นโยบายที่เกี่ยวข้อง

นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

นโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน

นโยบายการจัดการของเสียอุตสาหกรรม