แนวทางการบริหารจัดการ

การจัดการกลิ่นและคุณภาพอากาศจากกระบวนการผลิตเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความไว้วางใจของชุมชนโดยรอบ ตลอดจนแสดงถึงความรับผิดชอบของบริษัทฯ ต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ จึงปฏิบัติตามนโยบายการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งป้องกันและลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต และควบคุมการปล่อยมลพิษให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย ข้อกำหนด และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎกระทรวงและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการปล่อยอากาศเสียและมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมเหตุรำคาญด้านกลิ่น ฝุ่น ควัน หรือมลพิษทางอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ

บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการป้องกัน ลด และควบคุมผลกระทบจากมลพิษอากาศและกลิ่นที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต โดยให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงแหล่งกำเนิดมลพิษตั้งแต่ต้นทาง การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบควบคุมมลพิษ และการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศตามแผนที่กำหนดและตามข้อกำหนดทางกฎหมาย บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการควบคุมและจัดการผลกระทบด้านกลิ่นและคุณภาพอากาศตลอดกระบวนการผลิต ครอบคลุมการลดการใช้สารเคมีที่อาจเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นหรือมลพิษ การส่งเสริมการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงที่มีสิ่งปนเปื้อนต่ำ การบำบัดอากาศด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม และการติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศของกระบวนการอบยาง เพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบควบคุมมลพิษทางอากาศและใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างโปร่งใส

การดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีนายเอกพงษ์ ดวงอาจ ผู้จัดการฝ่ายสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะทำงานฯ ทำหน้าที่ควบคุมและติดตามการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ร่วมกับคณะทำงานด้านความเสี่ยงและคณะทำงานด้านความยั่งยืน เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการมลพิษ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรอบด้าน

บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานด้วยการ “ควบคุม บำรุง ปรับปรุง ตรวจสอบ” เน้นการบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและชุมชนในกระบวนการจัดการกลิ่นและคุณภาพอากาศ เพื่อสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืนในการปกป้องสิ่งแวดล้อม

การประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพอากาศ

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพอากาศจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน โดยพิจารณาแหล่งกำเนิดมลพิษและปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของพนักงาน และชุมชนโดยรอบ ทั้งจากกระบวนการผลิต การอบยาง การจัดเก็บวัตถุดิบ การใช้สารเคมี การขนส่ง และกิจกรรมสนับสนุนอื่นที่เกี่ยวข้อง การประเมินครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น กลิ่น ฝุ่นละออง เขม่า ควัน และสารปนเปื้อนในอากาศที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ผลการประเมินดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดมาตรการควบคุม ป้องกัน และติดตามผลอย่างเหมาะสม เพื่อให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านคุณภาพอากาศได้อย่างเป็นระบบและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน จากผลการประเมิน บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านคุณภาพอากาศให้สอดคล้องกับลักษณะของมลพิษอากาศและแหล่งกำเนิด โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้

ปัจจัยความเสี่ยง มาตรการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อการป้องกัน มาตรการป้องกันและแก้ไขที่ดำเนินการเพิ่มเติมในปี 2568
1. ฝุ่นละอองจากกระบวนการผลิตที่ปล่อยออกทางปล่องระบายอากาศ
  • ติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ในทุกปล่องระบาย (ร้อยละ 100) เพื่อกรองฝุ่นและอากาศที่ปล่อยทางปล่องของกระบวนการผลิต ควบคุมและรักษาประสิทธิภาพการทำงานของระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) พร้อมมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
  • เปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาดแทน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.77 ของการใช้พลังงานฟอสซิลทั้งหมด
  • ตรวจวัดคุณภาพอากาศด้านสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบลำเลียงท่ออากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก เพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัด และลดการปล่อยฝุ่นและกลิ่นออกสู่ภายนอก
  • เพิ่มจุดตรวจวัดปริมาณสารเจือปนที่ปล่องระบายอากาศจากจำนวน 24 จุด เป็น 25 จุด
2. สารเคมี/ สารระเหย/ กลิ่น จากกระบวนการผลิตที่ปล่อยออกทางปล่องระบายอากาศ
  • ติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ในทุกปล่องระบาย (ร้อยละ 100) เพื่อกรองสารระเหย สารเคมี และกลิ่น ที่ปล่อยทางปล่องของกระบวนการผลิต ควบคุมการทำงานและบำรุงรักษาระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (Bio Scrubber) ที่บริเวณเตาอบยางทั้งหมด (ร้อยละ 100) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และบำบัดกลิ่นที่มีความเข้มข้นสูง ควบคุมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ พร้อมมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจวัดคุณภาพอากาศด้านสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบลำเลียงท่ออากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรก เพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัด และลดการปล่อยกลิ่นออกสู่ภายนอก
  • เพิ่มจุดตรวจวัดปริมาณสารเจือปนที่ปล่องระบายอากาศจากจำนวน 24 จุด เป็น 25 จุด
3. กลิ่นเหม็นของน้ำยางจากรถขนส่ง
  • จัดทำนโยบายสำหรับคู่ค้ายางพาราและรถขนส่งยาง ให้ทำการติดตั้งรางและถังรองรับน้ำชะจากก้อนยางไว้ที่รถขนส่ง ป้องกันการรั่วไหลจากรถขนส่ง ในปี 2568 คู่ค้าทั้งหมดที่ขายยางให้กับบริษัทฯ (ร้อยละ 100) ติดตั้งรางน้ำและถังรองน้ำยางที่รถขนส่งอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขข้อกำหนดของบริษัท ฯ
  • จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะในบริษัทฯ สำหรับคู่ค้าจอดรถขนส่งสำหรับรอลงยาง (ลานสะเทิน) ได้ถึงจำนวน 200 คัน ซึ่งมีรางรับน้ำชะก้อนยางจากรถขนส่งยางเพื่อส่งเข้าระบบบำบัดทั้งหมด
  • ตรวจสอบติดตามและกำกับดูแลให้คู่ค้าและผู้ให้บริการขนส่งทุกรายปฏิบัติตามนโยบายการติดตั้งรางและถังรองรับน้ำชะจากก้อนยางที่รถขนส่งอย่างครบถ้วน
  • ตรวจสอบและทำความสะอาดจุดจอดรถขนส่งเพื่อรอการลงยาง (ลานสะเทิน) และดูแลรางรองรับน้ำชะจากก้อนยางที่เกิดจากรถขนส่งและเป็นรางส่งน้ำชะยางทั้งหมด เข้าสู่ระบบบำบัดนำเสียในโรงงาน ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน มีความสะอาด และไม่เกิดการอุดตันหรือรั่วไหล
4. กลิ่นเหม็นจากการหมักหมม ของกองยาง
  • ปรับปรุงอาคารให้เป็นระบบปิด สำหรับจัดเก็บวัตถุดิบ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 100 ของอาคารเก็บยางทั้งหมด
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาอาคารจัดเก็บวัตถุดิบระบบปิดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โครงสร้างอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ควบคุมกลิ่น และป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้และน้ำยาบำบัดกลิ่นที่เป็นสารอินทรีย์ในพื้นที่กองยางอย่างสม่ำเสมอ โดยดำเนินการทุกวัน วันละ 3 ครั้ง และทุกครั้งที่มีกิจกรรมการพลิกกลับกองยาง เพื่อควบคุมกลิ่น
  • ติดตั้งระบบสเปรย์ฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้และน้ำยาบำบัดกลิ่น ไว้ที่เครื่องจักรหนัก (รถแบคโฮ) เพื่อฉีดพรมกองยางขณะทำงานที่กองยาง
5. กลิ่นเหม็นจากการบำบัดน้ำเสีย
  • ปรับปรุงระบบการบำบัดน้ำเสียให้เข้าสู่กระบวนการหมักแบบไม่ใช้อากาศซึ่งเป็นระบบปิด เพื่อลดการฟุ้งกระจายของกลิ่นและใช้ผลิตก๊าซชีวภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย
  • ฉีดพ่นพื้นที่รับน้ำชะยางสดด้วยสารอินทรีย์เพื่อลดการเกิดกลิ่นรบกวน
  • ควบคุมและติดตามประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียแบบไม่ใช้อากาศในระบบปิดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมกลิ่น ลดผลกระทบต่อชุมชน และใช้ประโยชน์จากก๊าซชีวภาพที่ได้เป็นพลังงานทดแทน
การจัดการและควบคุมกลิ่น

ปัญหากลิ่นเหม็นจากการดำเนินธุรกิจยางพารา ถือเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทฯ ให้ความใส่ใจและดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกิจกรรมในกระบวนการดำเนินงาน เช่น การขนส่ง การเก็บรักษาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการบำบัดน้ำเสีย ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของพนักงาน และความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ ดังนั้นเพื่อแก้ไขและลดผลกระทบดังกล่าว บริษัทฯ ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมคุณภาพอากาศที่กำหนดไว้ในทุกกระบวนการที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินงานดังนี้

การจัดการกลิ่นจากการขนส่ง

บริษัทฯ คำนึงถึงการเกิดกลิ่นจากการรั่วไหลของน้ำยางจากรถขนส่งยางที่อาจไหลลงสู่ถนนและพื้นที่ริมทางระหว่างการขนส่งจากสวนยางพารามายังลานรับซื้อของบริษัทฯ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบทั้งกลิ่นและอุบัติเหตุทางถนนของชุมชนในวงกว้างได้ บริษัทฯ จึงได้กำหนดเงื่อนไขในการรับซื้อยางกับคู่ค้าขายยางพารา โดยให้รถขนส่งยางทุกคันต้องทำการติดตั้งรางน้ำและถังรองน้ำยางอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขข้อกำหนด หากคู่ค้าใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว บริษัทฯ จะงดเว้นการซื้อขายยางหรือการรับลงยางในครั้งนั้น เพื่อให้คู่ค้าตระหนักถึงความสำคัญและปฏิบัติตามเงื่อนไขของบริษัทฯ ทำให้ลดความเสี่ยงที่จะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ

ในปี 2568 คู่ค้าทั้งหมดที่ขายยางให้กับบริษัทฯ (ร้อยละ 100) ติดตั้งรางน้ำและถังรองน้ำยางที่รถขนส่งอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขข้อกำหนดของบริษัท ฯ และปฏิบัติตามมาตรการและจรรยาบรรณธุรกิจของคู่ค้า ที่กำหนดให้คู่ค้าต้องดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทฯ ได้ติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว โดยลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของคู่ค้า จัดส่งหนังสือแจ้งข้อกำหนดด้านการขนส่งวัตถุดิบให้คู่ค้าลงนามรับทราบเงื่อนไข และมีการประเมินคู่ค้าวัตถุดิบโดยฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยเฉพาะการติดตั้งและสภาพความพร้อมใช้งานของรางรองรับน้ำยางบนรถขนส่ง เพื่อป้องกันการรั่วไหลของน้ำยางระหว่างการขนส่ง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะในบริษัทฯ สำหรับรองรับรถขนส่งวัตถุดิบที่รอลงยางของคู่ค้า 200 คัน เพื่อลดการจอดรถริมถนนสาธารณะที่อาจมีการรั่วไหลของน้ำยางจากรถขนส่งลงบนพื้นผิวถนนและนำไปสู่ปัญหาเรื่องกลิ่น ความสะอาด การจราจร และความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งในลานสะเทินรถขนส่งยางดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีรางรับน้ำชะก้อนยางจากรถขนส่งยางเพื่อรวบรวมน้ำชะยางทั้งหมดส่งเข้าระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ เพื่อกำจัดอย่างเหมาะสมต่อไป

การจัดการกลิ่นจากกองยาง

กลิ่นเหม็นของยางก้อนถ้วยซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของบริษัทฯ นั้น เกิดจากการเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในยางระหว่างรอการนำไปใช้ การจัดเก็บวัตถุดิบดังกล่าวรวมกันในปริมาณมากในพื้นที่กลางแจ้งจึงส่งผลให้กลิ่นมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและส่งผลกระทบออกไปสู่ชุมชนโดยรอบได้โดยง่าย เพื่อจัดการกับปัญหานี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยใช้อาคารระบบปิดที่จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับจัดเก็บยางก้อนถ้วยโดยเฉพาะ พร้อมทั้งกำหนดให้มีการล้างทำความสะอาดพื้นที่ของยางก้อนถ้วยที่เพิ่งได้รับจากคู่ค้า และฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้และน้ำยาบำบัดกลิ่นที่ผลิตจากสารอินทรีย์ธรรมชาติคลุมกองยางก้อนถ้วยอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ดำเนินการวันละ 3 ครั้ง และทุกครั้งที่มีกิจกรรมการพลิกกลับกองยาง เพื่อควบคุมกลิ่นให้เหลือน้อยที่สุด

การจัดการกลิ่นในกระบวนการผลิต

กลิ่นเหม็นจากกระบวนการผลิตยางแท่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในขั้นตอนการอบยาง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นและควันที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพอากาศในบริเวณโดยรอบ บริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ซึ่งมีคุณสมบัติดักจับฝุ่น กลิ่น และควัน จากกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังได้ติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียส่วนท้ายเพิ่มเติมด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (Bio Scrubber) เพื่อช่วยกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายและลดกลิ่นที่มีความเข้มข้นสูงให้บรรเทาลง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดให้มีการล้างทำความสะอาดท่อลำเลียงอากาศอย่างสม่ำเสมอตามความถี่ของการใช้งาน เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรกในท่อลำเลียงแต่ละส่วน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบำบัด รวมถึงการปล่อยฝุ่นและกลิ่นออกจากระบบได้เป็นอย่างดี

การจัดการกลิ่นจากการบำบัดน้ำเสีย

นอกจากน้ำเสียจากกระบวนการผลิตที่เข้าระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ แล้ว ยังมีน้ำชะยางสดในกระบวนการรับวัตถุดิบถูกรวบรวมส่งมาจากลานสะเทินรถขนส่งยางด้วย ซึ่งน้ำส่วนนี้มีค่าความสกปรกเข้มข้นสูงและมีกลิ่นค่อนข้างรุนแรง จึงอาจกระทบกับระบบการบำบัดน้ำเสียส่วนกลางได้ บริษัทฯ จึงได้เพิ่มการจัดการน้ำเสียส่วนนี้โดยการปันน้ำชะยางสดเข้าสู่กระบวนการหมักแบบไม่ใช้อากาศซึ่งเป็นระบบปิดเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตก๊าซชีวภาพ ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นได้ส่วนหนึ่ง และเพิ่มการฉีดพ่นรางรับน้ำชะยางสดในพื้นที่ลานจอดรถด้วยสารอินทรีย์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเร่งการย่อยสลายโปรตีนอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกลิ่น

การจัดการและควบคุมคุณภาพอากาศจากปล่องระบาย

การระบายอากาศทางปล่องระบายเป็นจุดปล่อยฝุ่นละออง ก๊าซ และมลพิษสู่อากาศระหว่างกระบวนการผลิตยาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของคนในบริเวณโดยรอบ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพอากาศจากปล่องระบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การระบายอากาศจากกระบวนการผลิตเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่องเป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยครอบคลุมการตรวจวัดสารเจือปนในอากาศ ฝุ่นละออง และสารเคมีที่เกี่ยวข้อง ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดในประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบาย ออกจากโรงงาน พ.ศ. 2549 ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินงานให้ดีกว่าที่มาตรฐานกำหนดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานและคนในชุมชนโดยรอบ บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายให้ค่าเฉลี่ยของค่าตัวชี้วัดคุณภาพอากาศที่ตรวจวัดจากปล่องระบายแต่ละรายการอยู่ในระดับไม่เกินร้อยละ 10 ของค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด หรือเทียบเท่ากับต่ำกว่าค่ามาตรฐานอย่างน้อยร้อยละ 90 เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการควบคุมและลดการปล่อยมลพิษทางอากาศให้ดีกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำทางกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการเพิ่มเติมโดยติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ที่ปล่องระบายของห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อน ดักจับฝุ่นละอองและไอระเหยสารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (Bio Scrubber) ที่บริเวณเตาอบยางเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย และบำบัดกลิ่นที่มีความเข้มข้นสูง รวมทั้งยังดำเนินการเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาดแทน เช่น การใช้ก๊าซชีวภาพทดแทนการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในกระบวนการอบยาง เพื่อลดมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล นอกจากนี้ บริษัทฯ กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานดำเนินการตรวจสอบและทำความสะอาดระบบบำบัดอากาศตามแผนงานที่วางไว้อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามดูแลระบบบำบัดอากาศให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งปี

จากการดำเนินงานด้านการคุณภาพอากาศเป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญแสดงดังตาราง
เป้าหมายระยะยาว
ปี 2573
เป้าหมาย
ปี 2568
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568
ข้อร้องเรียนด้านมลพิษทางอากาศจากชุมชนและหน่วยงานราชการ 0 0 0
ค่าเฉลี่ยปริมาณการปล่อยมลพิษทางอากาศต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนด อย่างน้อย ร้อยละ 95 อย่างน้อย ร้อยละ 90 ร้อยละ 91.69 ถึง 99.83
การจัดการคุณภาพอากาศ

การตรวจวัดปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 20-24 สิงหาคม และ 9-10 กันยายน 2567 โดยบริษัท ซี.อี.เอ็ม เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด มีผลการตรวจวัดแสดงดังนี้

การตรวจวัดปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่อง หน่วย ค่ามาตรฐาน 2564 2565 2566 2567
จุดตรวจวัดปล่องตาอบ F1 (ล็อคไม้สับ AB)
ค่าฝุ่นรวม (TSP) mg/m3 < 320 10.81 14.12 9.66 31.66
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ppm < 60 1.86 1.98 0.01 < 0.01
ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ppm < 2000 51.77 32.04 9 < 0.01
คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ppm < 90 61.82 53.12 9 < 0.01
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ppm < 80 0.80 0.01 0.05 < 0.01
จุดตรวจวัดปล่องตาอบ F1 (ล็อคไม้สับ CD)
ค่าฝุ่นรวม (TSP) mg/m3 < 320 8.11 10.21 11.65 25.11
ค่าฝุ่นรวม (TSP) ppm < 60 1.45 2.18 1.8 < 0.01
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ppm < 200 45.11 28.09 4 < 0.01
ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ppm < 90 48.66 43.11 15 1
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) ppm < 80 0.82 3.12 0.01 < 0.01
นโยบายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม
นโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
นโยบายการจัดการของเสียอุตสาหกรรม