แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนากระบวนการจัดการกลิ่นและคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยวางกลยุทธ์การดำเนินงานด้วยการ “ควบคุม บำรุง ปรับปรุง ตรวจสอบ” เน้นการบูรณาการเทคโนโลยีที่ทันสมัยและนวัตกรรมที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมมลพิษ รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและชุมชนในกระบวนการจัดการกลิ่นและคุณภาพอากาศ เพื่อสร้างความร่วมมือที่เข้มแข็งและยั่งยืนในการปกป้องสิ่งแวดล้อม

การประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพอากาศ
บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านคุณภาพอากาศอย่างครอบคลุม โดยพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ได้แก่ กลิ่นเหม็น ฝุ่นละออง สารเคมี สารเจือปนต่างๆ อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต การขนส่ง หรือการจัดเก็บวัตถุดิบ เป็นต้น จากการประเมินดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ ดังนี้
| ปัจจัยความเสี่ยง | มาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบ |
|---|---|
| 1. ฝุ่นละอองจากกระบวนการผลิตที่ปล่อยออกทางปล่องระบายอากาศ |
|
| 2. สารเคมี / สารระเหย / กลิ่น จากกระบวนการผลิตที่ปล่อยออกทางปล่องระบายอากาศ |
|
| 3. กลิ่นเหม็นของน้ำยางจากรถขนส่ง |
|
| 4. กลิ่นเหม็นจากการหมักหมของกองยาง |
|
| 5. กลิ่นเหม็นจากการบำบัดน้ำเสีย |
|
การจัดการและควบคุมกลิ่น
ปัญหากลิ่นเหม็นจากการดำเนินธุรกิจยางพารา ถือเป็นประเด็นสำคัญที่บริษัทฯ ให้ความใส่ใจและดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกิจกรรมในกระบวนการดำเนินงาน เช่น การขนส่ง การเก็บรักษาวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และการบำบัดน้ำเสีย ล้วนเป็นแหล่งกำเนิดของกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตของพนักงาน และความเป็นอยู่ของชุมชนโดยรอบ ดังนั้นเพื่อแก้ไขและลดผลกระทบดังกล่าว บริษัทฯ ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมคุณภาพอากาศที่กำหนดไว้ในทุกกระบวนการที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินงานดังนี้
การจัดการกลิ่นจากการขนส่ง
บริษัทฯ จึงได้กำหนดเงื่อนไขในการรับซื้อยางกับคู่ค้าขายยางพารา โดยให้รถขนส่งยางทุกคันต้องทำการติดตั้งรางน้ำและถังรองน้ำยางอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขข้อกำหนด หากคู่ค้าใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว บริษัทฯ จะงดเว้นการซื้อขายยางหรือการรับลงยางในครั้งนั้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะในบริษัทฯ สำหรับคู่ค้าจอดรถขนส่งสำหรับรอลงยาง ซึ่งในลานสะเทินรถขนส่งยางได้ทำรางรับน้ำชะก้อนยางจากรถขนส่งยางเพื่อรวบรวมน้ำชะยางทั้งหมดส่งเข้าระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ เพื่อกำจัดอย่างเหมาะสมด้วย

การจัดการกลิ่นจากกองยาง
บริษัทฯ ได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยใช้อาคารระบบปิดที่จัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับจัดเก็บยางก้อนถ้วยโดยเฉพาะ พร้อมทั้งกำหนดให้มีการล้างทำความสะอาดพื้นที่ของยางก้อนถ้วยที่เพิ่งได้รับจากคู่ค้า และฉีดพ่นน้ำส้มควันไม้และน้ำยาบำบัดกลิ่นที่ผลิตจากสารอินทรีย์ธรรมชาติคลุมกองยางก้อนถ้วยอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้ดำเนินการวันละ 3 ครั้ง เพื่อควบคุมกลิ่นที่ให้เหลือน้อยที่สุด

การจัดการกลิ่นในกระบวนการผลิต
บริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ซึ่งมีคุณสมบัติดักจับฝุ่น กลิ่น และควันจากกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังได้ติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียส่วนท้ายเพิ่มเติมด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (Bio Scrubber) เพื่อช่วยกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่ายและลดกลิ่นที่มีความเข้มข้นสูงให้บรรเทาลง นอกจากนี้ กำหนดให้มีการล้างทำความสะอาดท่อลำเลียงอากาศอย่างสม่ำเสมอตามความถี่ของการใช้งาน เพื่อลดการสะสมของสิ่งสกปรกในท่อลำเลียงแต่ละส่วน และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบำบัด รวมถึงการปล่อยฝุ่นและกลิ่นออกจากระบบได้เป็นอย่างดี

การจัดการกลิ่นจากการบำบัดน้ำเสีย
นอกจากน้ำเสียจากกระบวนการผลิตที่เข้าระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัทฯ แล้ว ยังมีน้ำชะยางสดในกระบวนการรับวัตถุดิบถูกรวบรวมส่งมาจากลานสะเทินรถขนส่งยางด้วย บริษัทฯ จึงได้เพิ่มการจัดการน้ำเสียส่วนนี้โดยการปันน้ำชะยางสดเข้าสู่กระบวนการหมักแบบไม่ใช้อากาศ ซึ่งสามารถกำจัดกลิ่นได้ส่วนหนึ่ง และเพิ่มการฉีดพ่นรางรับน้ำชะยางสดในพื้นที่ลานจอดรถด้วยสารอินทรีย์ธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเร่งการย่อยสลายโปรตีนอันเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดกลิ่น

การจัดการและควบคุมคุณภาพอากาศจากปล่องระบาย
บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้านสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่อง ฝุ่นละออง และสารเคมี ตามเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กำหนดค่าปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบาย ออกจากโรงงาน พ.ศ. 2549 มาโดยตลอดเป็นประจำทุกปี
บริษัทฯ ดำเนินการเพิ่มเติมโดยติดตั้งระบบบำบัดอากาศแบบเปียก (Wet Scrubber) ที่ปล่องระบายของห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยลดอุณหภูมิความร้อน ดักจับฝุ่นละอองและไอระเหยสารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ติดตั้งระบบบำบัดอากาศเสียด้วยกระบวนการทางชีวภาพ (Bio Scrubber) ที่บริเวณเตาอบยางเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย และบำบัดกลิ่นที่มีความเข้มข้นสูง รวมทั้งยังดำเนินการเปลี่ยนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นพลังงานสะอาดแทน เช่น การใช้ก๊าซชีวภาพทดแทนการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในกระบวนการอบยาง เพื่อลดมลพิษจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล

ในปี 2567 บริษัทฯ พบว่าคุณภาพอากาศที่วัดได้มีค่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมทุกรายการ โดยมีค่าเฉลี่ยรวมต่ำกว่าค่ามาตรฐานถึงร้อยละ 95.87
จากการดำเนินงานด้านการคุณภาพอากาศเป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญแสดงดังตาราง

การจัดการคุณภาพอากาศ
การตรวจวัดปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่องบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 20-24 สิงหาคม และ 9-10 กันยายน 2567 โดยบริษัท ซี.อี.เอ็ม เทคโนโลยี (ไทยแลนด์) จำกัด มีผลการตรวจวัดแสดงดังนี้
| การตรวจวัดปริมาณของสารเจือปนในอากาศที่ระบายออกจากปล่อง | หน่วย | ค่ามาตรฐาน | 2564 | 2565 | 2566 | 2567 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| จุดตรวจวัดปล่องตาอบ F1 (ล็อคไม้สับ AB) | ||||||
| ค่าฝุ่นรวม (TSP) | mg/m3 | <320 | 10.81 | 14.12 | 9.66 | 31.66 |
| ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) | ppm | <60 | 1.86 | 1.98 | 0.01 | <0.01 |
| ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) | ppm | <200 | 51.77 | 32.04 | 9 | <0.01 |
| คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) | ppm | <90 | 61.82 | 53.12 | 9 | <0.01 |
| ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) | ppm | <80 | 0.80 | 0.01 | 0.05 | <0.01 |
| จุดตรวจวัดปล่องตาอบ F1 (ล็อคไม้สับ CD) | ||||||
| ค่าฝุ่นรวม (TSP) | mg/m3 | <320 | 8.11 | 10.21 | 11.65 | 25.11 |
| ค่าฝุ่นรวม (TSP) | ppm | <60 | 1.45 | 2.18 | 1.8 | <0.01 |
| ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) | ppm | <200 | 45.11 | 28.09 | 4 | <0.01 |
| ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) | ppm | <90 | 48.66 | 43.11 | 15 | 1 |
| ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) | ppm | <80 | 0.82 | 3.12 | 0.01 | <0.01 |