แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้องกับการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงสิทธิที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และไม่เลือกปฏิบัติตาม เพศ เพศวิถี อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความพิการ หรือความคิดเห็นที่แตกต่าง หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงและทางอ้อม

บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน จำนวน 9 คน จากฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาองค์กรเป็นประธานคณะทำงาน มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการกำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชน การจ้างงาน เงื่อนไขในการทำงาน สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคล นอกจากนี้ คณะทำงานยังมีบทบาทในการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขหรือป้องกันความเสี่ยงตามเป้าหมายตามที่กำหนด พร้อมทั้งเผยแพร่และสื่อสารข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องทั่วทั้งองค์กร คณะทำงานมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกเดือน และรายงานผลต่อคณะทำงานการพัฒนาความยั่งยืนองค์กรและคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและพัฒนาอย่างยั่งยืนตามลำดับ อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง

บริษัทฯ กำหนดกรอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องตามหลักการของสหประชาชาติว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ดังนี้

นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัท ฯ ได้จัดทำ “นโยบายสิทธิมนุษยชน” และคู่มือการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องตามหลักการของสหประชาชาติ ว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) และแนวทางการ ตรวจสอบอย่างรอบด้านสำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ (OECD Due Diligence Guidance For Responsible Business Conduct) ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) รวมถึงกฎหมายในประเทศไทย และต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานในทุกระดับ ให้ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตามหลักสิทธิมนุษยชนและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ อย่างเท่าเทียมกัน

ศึกษานโยบายสิทธิมนุษยชน และคู่มือการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เพิ่มเติมได้ที่ www.nerubber.com หรือ สแกน QR Code
แนวทางการปฏิบัติด้านสิทธิแรงงาน
1. การปฏิบัติต่อพนักงานและแรงงาน
  • ปฏิบัติต่อพนักงานและแรงงานอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ
  • สนับสนุนความหลากหลายของพนักงาน
  • ส่งเสริมกลุ่มผู้หญิงและผู้พิการให้มีโอกาสที่เท่าเทียม
  • ไม่ใช้หรือไม่ยอมรับให้มีการลงโทษทางร่างกาย การบังคับข่มเหงทางร่างกายและจิตใจ หรือการละเมิดทางวาจา
2. การจ้างงาน
  • ส่งเสริมความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียมกันในการจ้างงาน
  • จ้างงานภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขการจ้างงานที่สอดคล้องกับกฎหมายท้องถิ่นหรือธรรมเนียมปฏิบัติ
3. การใช้แรงงาน
  • ไม่มีและไม่สนับสนุนการใช้แรงงานเด็ก (บุคคลที่อายุต่ำกว่า 18 ปี)
  • ไม่มีและไม่สนับสนุนการใช้แรงงานบังคับหรือการค้ามนุษย์ในทุกรูปแบบ
  • ไม่มีการบังคับให้ทำงานเกินเวลาโดยพนักงานไม่ยินยอม
4. ค่าจ้างและสวัสดิการ
  • ให้ค่าจ้างและสวัสดิการที่เป็นธรรมสำหรับพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
  • จ่ายค่าจ้างอย่างเหมาะสมตามโครงสร้างเงินเดือนและสภาพตลาด โดยอย่างน้อยที่สุด เป็นไปตามข้อกำหนดค่าแรงขั้นต่ำภายในประเทศ
  • เคารพสิทธิการพักผ่อนและเวลาทำงานที่เหมาะสม
5. ความปลอดภัยในการทำงาน
  • จัดให้มีสภาพแวดล้อมการทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย เอื้อต่อการเข้าถึงของทุกคน รวมถึงผู้พิการ
6. การรวมตัวและเจรจาต่อรอง
  • เคารพในสิทธิและเสรีภาพของพนักงานในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองร่วม
  • สนับสนุนการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ เพื่อพัฒนาสวัสดิการที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับความต้องการของพนักงาน
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัท ฯ กำหนดให้มีการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยง ตลอดจนกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ รวมถึงการดำเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมีกระบวนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักการของสหประชาชาติว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) และหลักการสิทธิในการให้ฉันทานุมัติอย่างเป็นอิสระของชนเผ่าพื้นเมืองโดยได้ข้อมูลล่วงหน้า (Free, Prior and Informed Consent (FPIC) for Indigenous Peoples) โดยมีกระบวนการการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ดังนี้

การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัท ฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท ฯ โดยมีขอบเขตครอบคลุมไปถึงห่วงโซ่อุปทานและ กิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องผ่านความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท ฯ บริษัทฯ ทำการระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยบูรณาการเข้ากับกระบวนการประเมินความเสี่ยงในด้านอื่น รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001:2015 (Environmental management System) การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยตามระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety: OHS) ISO 45001: 2018 ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานของบริษัท จังหวัดบุรีรัมย์

ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ พบว่ามีประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้

สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชน สิทธิของคู่ค้า สิทธิของลูกค้า ในห่วงโซ่อุปทาน
  • การเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน และละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
  • การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม
  • เสรีภาพในการแสดงออกและการรวมตัว
  • สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
  • ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล
  • สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน
  • การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมชุมชน
  • การเลือกปฏิบัติต่อคู่ค้า
  • ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลของคู่ค้า
  • ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลของลูกค้า
  • การใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็กของคู่ค้า
  • สุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานของคู่ค้า
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ
การจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ พบว่า มีประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญในระดับสูงจำนวน 5 ประเด็น ได้แก่ สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานของบริษัทฯ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน การใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็กของคู่ค้า สุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานของคู่ค้า การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชนที่กระทำโดยคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ จึงกำหนดมาตรการจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบและป้องกันการเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนการเยียวยาหรือฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม โดยร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น ในการกำหนดมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสม และเพียงพอ และได้ดำเนินงานตามมาตรการต่าง ๆ ดังนี้

ขอบเขต ประเด็นความเสี่ยง
ด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ
ผู้มีส่วนได้เสียที่
ได้รับผลกระทบ
การดำเนินงานของบริษัทฯ
เพื่อแก้ไข ป้องกัน และเยียวยา
กิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ สิทธิแรงงาน
การเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน และละเมิดสิทธิส่วนบุคคล พนักงาน
  • กำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน และแนวปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียม เสมอภาค และไม่เลือกปฏิบัติ
  • ฝึกอบรมพนักงานให้ตระหนักถึงการ เคารพสิทธิเรื่องความเท่าเทียมและการไม่เลือกปฏิบัติ
  • จัดให้มีช่องทางร้องเรียน รวมถึงกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ และการเยียวยาที่เหมาะสม
การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม พนักงาน
  • กำหนดนโยบายการจ้างงานและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนและเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน
  • กำหนดโครงสร้างการจ่ายค่าจ้างค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม ไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด
เสรีภาพในการแสดงออกและการรวมตัว พนักงาน
  • สนับสนุนให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการ ที่มีกรรมการมาจากการเลือกตั้งของพนักงาน และประชุมร่วมกับนายจ้างในการปรับปรุงสวัสดิการให้เหมาะสมและเสนอข้อเสนอแนะต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพนักงาน
สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน พนักงาน
  • จัดให้มีการประเมินความเสี่ยง และการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัยด้วย ด้วยเครื่องมือการชี้บ่งอันตรายด้วยวิธี (Job Safety Analysis: JSA) เพื่อหาสาเหตุและป้องกันอุบัติเหตุเชิงรุก
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพียงพอ
  • ปรับปรุงสภาพแวดล้อมและอาชีวอนามัยภายในองค์กร เช่น ติดตั้งจุดน้ำดื่มสะอาดที่เพียงพอต่อจำนวนแรงงาน
  • จัดการอบรมด้านความปลอดภัยทั่วทั้งองค์กร
  • จัดกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์
  • สร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยในบริษัทฯ และ Safety DNA ปลูกฝังจิตสำนึกของพนักงาน ให้มีส่วนร่วมในการประเมินและจัดการความเสี่ยงในการทำงาน เช่น การสนทนาความปลอดภัยประจำวัน (Safety Morning Talk)กิจกรรม Kiken Yoshi Training (KYT) ก่อนเริ่มงาน เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัย
ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลพนักงาน พนักงาน
  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน
  • สร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ปลอดภัยและทดสอบระบบเป็นประจำ
  • สร้างความตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ และการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล
  • ติดตามตรวจสอบการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิชุมชน
สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน ชุมชน
  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความรับผิดขอบต่อสังคม และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่อาจสร้างผลกระทบต่อชุมชน
  • ติดตามและประเมินผลกระทบที่มีต่อชุมชนโดยรอบ กำหนดมาตรการแก้ไข ป้องกัน และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชน
  • ส่งเสริมการดูแลสุขภาพและจัดให้มีการการตรวจสุขภาพประจำปีให้แก่ชุมชน
  • ติดตั้งกล่องรับข้อร้องเรียนบริเวณจุดหน้าโรงงาน หรือยื่นเอกสารผ่านทีมงานรักษาความปลอดภัยหน้าโรงงาน
สิทธิของคู่ค้า
การเลือกปฏิบัติต่อคู่ค้า คู่ค้า
  • กำหนดนโยบายและคู่มือการจัดซื้อจ้างเพื่อเป็นแนวปฏิบัติต่อคู่ค้าสำหรับพนักงานของบริษัท ฯ
  • ปฏิบัติต่อคู่ค้าด้วยความเสมอภาค ยุติธรรม โปร่งใส และการไม่เลือกปฏิบัติ
  • ฝึกอบรมพนักงานและติดตามตรวจสอบการไม่ปฏิบัติตามนโยบายและคู่มือการจัดซื้อจัดจ้าง
  • จัดให้มีช่องทางการร้องเรียน และกระบวนการจัดการข้อร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ และการเยียวยาที่เหมาะสม
ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลคู่ค้า คู่ค้า
  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้า
  • สร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ปลอดภัยและทดสอบระบบเป็นประจำ
  • แยกระบบบริหารจัดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคู่ค้าออกจากข้อมูลพนักงาน เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลความลับทางธุรกิจ
  • กำหนดชั้นความลับและสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล
สิทธิของลูกค้า
ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า ลูกค้า
  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
  • สร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ปลอดภัยและทดสอบระบบเป็นประจำ
  • กำหนดชั้นความลับและสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล
กิจกรรม การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้าวัตถุดิบ คู่ค้าและผู้รับเหมา สิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน
การใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็กของคู่ค้า แรงงานของคู่ค้าวัตถุดิบ คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • กำหนดให้คู่ค้าปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติด้านแรงงานอย่างเคร่งครัด
  • สื่อสารนโยบายและจรรยาบรรณคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน ตลอดจนระเบียบปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้างที่มีเงื่อนไขของการใช้แรงงาน ให้คู่ค้ารับทราบ และปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจสอบใบอนุญาตการจ้างแรงงานของคู่ค้าและผู้รับเหมา ก่อนทำธุรกรรมกับบริษัท ฯ
  • จัดให้มีการตรวจประเมินด้านการปฏิบัติต่อแรงงานเป็นประจำ ทั้งประเมินตนเองและตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ หรือสวนยาง (On-site audit) ของ คู่ค้าวัตถุดิบ คู่ค้าและผู้รับเหมา
สุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานของคู่ค้า แรงงานของคู่ค้าวัตถุดิบ คู่ค้าและผู้รับเหมา
  • สื่อสารนโยบายและจรรยาบรรณคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ให้คู่ค้ารับทราบ และปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
  • อบรมด้านความปลอดภัยให้ผู้รับเหมาก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
  • ตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์และสุขภาพของผู้รับเหมาที่จัดหาให้แรงงานก่อนการทำงานแต่ละประเภท
  • จัดให้มีการตรวจประเมินด้านความปลอดภัยเป็นประจำ ทั้งประเมินตนเองและตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการ หรือสวนยาง (On-site audit) ของ คู่ค้าวัตถุดิบ คู่ค้าและผู้รับเหมา
สิทธิชุมชน
สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน ชุมชน
  • กำหนดให้คู่ค้าปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจติดตามการปฏิบัติงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาทั้งด้านแรงงานและด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน
  • กำหนดให้คู่ค้าและผู้รับเหมามีมาตรการป้องกันและรับผิดชอบต่อผลกระทบจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้น
  • กำกับดูแลให้คู่ค้าและผู้รับเหมามีมาตรการเยียวยาที่เหมาะสมในกรณีที่คู่ค้าและผู้รับเหมากระทำการเป็นเหตุให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชุมชน
การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมชุมชน ชุมชน
  • กำหนดให้คู่ค้าปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
  • ตรวจติดตามการปฏิบัติงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อป้องกันการสร้างผลกระทบต่อชุมชน
การสื่อสารและการจัดอบรมด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ จัดการอบรมเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับผู้บริหารและพนักงาน รวมถึงคู่ค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแนวคิดและหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน เสริมสร้างจิตสำนึกในการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนความเท่าเทียม ความหลากหลาย และส่งเสริมการทำงานร่วมกันในองค์กรอย่างสันติและมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้มีการดำเนินงานดังนี้

การอบรมด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับพนักงาน

บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานใหม่ทุกคนจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมเบื้องต้นเกี่ยวกับนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ เพื่อให้เข้าใจแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงสิทธิและหน้าที่ของพนักงานในการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยจัดอยู่ในหลักสูตรการอบรมปฐมนิเทศ ซึ่งพนักงานใหม่ทั้งหมดในปี 2568 จำนวน 237 คน ได้ผ่านการอบรม (ร้อยละ 100)

นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดอบรมให้พนักงานทุกหน่วยงาน รวม 416 คน คิดเป็นร้อยละ 43.24 ของพนักงานทั้งหมด จำนวน 962 คน เพื่อทบทวนความรู้ให้กับพนักงานเก่า และปฐมนิเทศให้แก่พนักงานใหม่ด้านสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน สิทธิความเป็นส่วนตัว การป้องกันการเลือกปฏิบัติ การเคารพความหลากหลายในที่ทำงาน สร้างความเข้าใจและความตระหนักถึงข้อบ่งชี้ต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การละเมิดแรงงานบังคับและการคุ้มครองแรงงานตามกฎหมาย รวมถึงการจัดการสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดย นางสาวนิลาวรรณ จันทรประทักษ์ หัวหน้าแผนกฝึกอบรม ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ เป็นวิทยากร อบรมให้พนักงานอบรมทุกสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายน 2568 รวมทั้งสิ้น จำนวน 6 ครั้ง

การอบรมด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับคู่ค้า

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดบรรยายพิเศษให้กับคู่ค้าวัตถุดิบยางพารา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนัก ส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือในการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลและกฎหมายแรงงานไทย โดยมีคู่ค้าเข้าร่วมการอบรมจำนวน 66 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.51 จากจำนวนคู่ค้าวัตถุดิบยางพาราทั้งหมด 249 ราย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568

การสื่อสารด้านสิทธิมนุษยชนภายในองค์กร

บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรม และสื่อสารข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น จดหมายข่าว อินทราเน็ต และป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับพนักงานทุกระดับ รวมถึงจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ณ ลานหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ ของบริษัทฯ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยภายในกิจกรรมมีการให้ความรู้ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเกม “ระบุกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน” เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความตระหนักรู้ในการปฏิบัติงานอย่างเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น

การจัดตั้งคณะกรรมการด้านสวัสดิการ

บริษัทฯ จัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการเป็นกลไกหนึ่งที่สนับสนุนการเคารพสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชนในที่ทำงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อกังวลเกี่ยวกับสวัสดิการและสภาพการทำงานอย่างเหมาะสม บริษัทฯ จึงสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการเพื่อทำหน้าที่นำเสนอข้อคิดเห็นและเจรจาหารือร่วมกับตัวแทนนายจ้างในการพัฒนาสวัสดิการอื่น ๆ นอกเหนือจากกฎหมายกำหนดได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน

โดยในปี 2568 คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการของบริษัทฯ ชุดปัจจุบัน จำนวน 13 คน ยังคงเป็นคณะที่ได้รับการเลือกตั้งจากพนักงานที่มาใช้สิทธิ และได้รับการประกาศแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569

การอบรมและพัฒนาทักษะพนักงานด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย

สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานเป็นประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ บริษัทฯ จึงสนับสนุนการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยในการทำงานให้แก่พนักงานทุกระดับ โดยจัดให้มีการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการป้องกันอุบัติภัยและการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ การขาดความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน การขาดทักษะความรู้ในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการฝึกฝนการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีบริการทางสุขภาพและการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อติดตามและป้องกันด้วย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ ความปลอดภัยในการทำงาน

ความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับแรงงานและสิทธิมนุษยชนร่วมกับหน่วยงานภายนอก

บริษัทฯ สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนกับภาครัฐและเอกชนในจังหวัด สนับสนุนด้านความรู้และการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ อาทิ เข้าร่วมกิจกรรมในวันแรงงาน หรือส่งบุคลากรในบริษัทฯ เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อด้านความปลอดภัยและความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำงานในโครงการส่งเสริมความเข้มแข็งและความรู้สิทธิสวัสดิการคนพิการ ภายใต้แนวคิด “จป.บุรีรัมย์รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” จัดโดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ และชมรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจังหวัดบุรีรัมย์

การส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค และการยอมรับความแตกต่าง (DEI)

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค การยอมรับความแตกต่าง และการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนในองค์กร จึงกำหนดให้ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคน ผู้สมัครงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องด้วยความเคารพและเสมอภาคในทุกมิติของการดำเนินงาน โดยมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เปิดกว้าง และเอื้อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม แสดงศักยภาพ และเข้าถึงโอกาสที่เหมาะสมได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ดังนี้

นโยบาย แนวทางปฏิบัติ
1. การจ้างงานและการบริหารจัดการอย่างเป็นธรรม

ดำเนินการจ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง และการสิ้นสุดสภาพการจ้างอย่างเท่าเทียม โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ เพศ ความพิการ หรือสถานภาพส่วนตัวอื่นใด ทั้งนี้ การคัดเลือกและการจ่ายค่าตอบแทนพิจารณาจากความสามารถและความเหมาะสมกับตำแหน่งงานเป็นหลัก โดยยึดมั่นในหลักความเสมอภาค เช่น การจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีลักษณะเดียวกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศหรืออายุ

2. การเคารพสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล

เคารพสิทธิส่วนบุคคลของพนักงานในการปฏิบัติตามความเชื่อ ความศรัทธา หรือความจำเป็นส่วนบุคคล อาทิเช่น เชื้อชาติ ศาสนา หรือความแตกต่างทางเพศ ตราบใดที่กิจกรรมดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เพื่อนร่วมงาน หรือองค์กร

3. การป้องกันการคุกคามและการเอารัดเอาเปรียบ

ห้ามการแสดงออกหรือพฤติกรรมใดๆ ที่เป็นการกดขี่ ข่มขู่ คุกคามทางเพศ หรือเอารัดเอาเปรียบพนักงาน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมในองค์กร โดยกำหนดโทษทางวินัยกรณีมีการละเมิดไว้ในระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ฯ

4. การสนับสนุนสิทธิแรงงานของสตรี

ไม่มีการบังคับให้สตรีตรวจการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด และให้การดูแลสตรีที่ตั้งครรภ์ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนสิทธิแรงงานอย่างเท่าเทียม

5. การพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพ

กำหนดเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path) และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยจัดให้มีแผนพัฒนารายบุคคล และโอกาสในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะที่หลากหลาย ทั้งในด้านการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงหรือการรับหน้าที่ใหม่ในอนาคต รวมถึงการประเมินสมรรถนะและผลการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส เช่น การพิจารณาผลงาน สมรรถนะ และพฤติกรรมที่เหมาะสม

6. การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม

ปฏิบัติต่อผู้สมัครงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแสที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถรายงานประเด็นที่อาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติได้อย่างเป็นความลับและปลอดภัย

การติดตามและประเมินผล

บริษัทฯ กำหนดให้มีการทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีกิจกรรมและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่แตกต่างจากเดิม นอกจากนี้ บริษัท ฯ ได้ติดตามและประเมินผลการดำเนินมาตรการแก้ไขและป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ด้วยการกำหนดดัชนีชี้วัด (Indicators) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่ในการติดตามและวัดประสิทธิผล (Effectiveness) ของมาตรการที่ใช้ในการจัดการความเสี่ยง ดังนี้

ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ตัวชี้วัด เป้าหมายปี 2568 ผลการดำเนินการปี 2568
สิทธิแรงงาน สัดส่วนพนักงานที่ได้รับการอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชน ร้อยละ 100 ร้อยละ 43.24
จำนวนข้อร้องเรียนหรือคดีความที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิแรงงานที่องค์กรเป็นฝ่ายผิด 0 0
กรณีที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพนักงาน 0 0
อัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) 0 ร้อยละ 3.62
อัตราการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุจากการทำงาน (Major Accident) 0 1
อัตราการลาออกของพนักงานที่มีสาเหตุจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน 0 0
สิทธิชุมชน กรณีที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชุมชน 0 0
จำนวนข้อร้องเรียนจากชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมีนัยสำคัญ 0 0
ห่วงโซ่อุปทาน สัดส่วนคู่ค้าที่ได้ลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัท ฯ ร้อยละ 100 ร้อยละ 100
สัดส่วนคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัท (Critical tier 1 suppliers) ที่ได้รับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน ร้อยละ 100 ร้อยละ 58.92
สัดส่วนคู่ค้าวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับการตรวจประเมินด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน ความปลอดภัย และการจัดการสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 100 ร้อยละ 2.01
กรณีการใช้แรงงานเด็กที่ได้รับการยืนยันแล้ว 0 0
กรณีการใช้แรงงานบังคับที่ได้รับการยืนยันแล้ว 0 0
การร้องเรียนและแจ้งเบาะแส

บริษัทฯ จัดให้มีกลไกการร้องเรียนและรับข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการตามคู่มือการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียภายนอกที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ สามารถแจ้งข้อกังวลหรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนได้โดยตรง ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น การเลือกปฏิบัติ การคุกคาม การใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานบังคับ สภาพการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ตลอดจนผลกระทบต่อชุมชนจากกิจกรรมของบริษัทฯ

เพื่อให้ผู้ร้องเรียนสามารถเข้าถึงกลไกดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางที่หลากหลายรองรับทั้งการเปิดเผยชื่อและการไม่เปิดเผยตัวตน พร้อมคุ้มครองข้อมูลและรักษาความลับของผู้ร้องเรียนอย่างเคร่งครัด ช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ กล่องรับความคิดเห็นในพื้นที่ต่าง ๆ ของบริษัทฯ ระบบร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ Red QR Code อีเมล อินทราเน็ต Line Chat Group การร้องเรียนผ่านตัวแทนคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ หรือผู้ดูแลส่วนงานฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ ส่วนผู้มีส่วนได้เสียภายนอกสามารถร้องเรียนผ่านจดหมาย เว็บไซต์ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทฯ กล่องรับข้อร้องเรียนบริเวณหน้าโรงงาน การยื่นเอกสารผ่านทีมรักษาความปลอดภัยหน้าโรงงาน หรือการร้องเรียนผ่านตัวแทนในชุมชน

เมื่อได้รับข้อร้องเรียน บริษัทฯ จะดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ เป็นธรรม และเหมาะสมกับลักษณะของประเด็น โดยมีการคัดกรองข้อร้องเรียน การพิจารณาข้อเท็จจริง การกำหนดแนวทางแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การติดตามผล และการสื่อสารความคืบหน้าแก่ผู้ร้องเรียนตามสมควร ตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งหวังให้กลไกดังกล่าวเป็นช่องทางที่ช่วยป้องกัน ลดผลกระทบ และเยียวยาประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จากการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานเป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญแสดงดังตาราง
เป้าหมายระยะยาว
ปี 2573
เป้าหมาย
ปี 2568
ผลการดำเนินงาน
ปี 2568
จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ 0 0 0
การใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน (กรณี) 0 0 0
นโยบายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน