แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน จึงดำเนินธุรกิจตามแนวปฏิบัติสากลที่เกี่ยวข้องกับการเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงสิทธิที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และไม่เลือกปฏิบัติตาม เพศ เพศวิถี อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความพิการ หรือความคิดเห็นที่แตกต่าง หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงและทางอ้อม
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน จำนวน 9 คน จากฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาองค์กรเป็นประธานคณะทำงาน มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการกำกับดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชน การจ้างงาน เงื่อนไขในการทำงาน สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคล นอกจากนี้ คณะทำงานยังมีบทบาทในการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขหรือป้องกันความเสี่ยงตามเป้าหมายตามที่กำหนด พร้อมทั้งเผยแพร่และสื่อสารข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องทั่วทั้งองค์กร คณะทำงานมีการประชุมติดตามผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกเดือน และรายงานผลต่อคณะทำงานการพัฒนาความยั่งยืนองค์กรและคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและพัฒนาอย่างยั่งยืนตามลำดับ อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง
บริษัทฯ กำหนดกรอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องตามหลักการของสหประชาชาติว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ดังนี้
นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัท ฯ ได้จัดทำ “นโยบายสิทธิมนุษยชน” และคู่มือการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องตามหลักการของสหประชาชาติ ว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) และแนวทางการ ตรวจสอบอย่างรอบด้านสำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ (OECD Due Diligence Guidance For Responsible Business Conduct) ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) รวมถึงกฎหมายในประเทศไทย และต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานในทุกระดับ ให้ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตามหลักสิทธิมนุษยชนและเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ อย่างเท่าเทียมกัน

| แนวทางการปฏิบัติด้านสิทธิแรงงาน | |
|---|---|
| 1. การปฏิบัติต่อพนักงานและแรงงาน |
|
| 2. การจ้างงาน |
|
| 3. การใช้แรงงาน |
|
| 4. ค่าจ้างและสวัสดิการ |
|
| 5. ความปลอดภัยในการทำงาน |
|
| 6. การรวมตัวและเจรจาต่อรอง |
|
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัท ฯ กำหนดให้มีการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อระบุและประเมินความเสี่ยง ตลอดจนกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ รวมถึงการดำเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยมีกระบวนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลักการของสหประชาชาติว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights : UNGP) และหลักการสิทธิในการให้ฉันทานุมัติอย่างเป็นอิสระของชนเผ่าพื้นเมืองโดยได้ข้อมูลล่วงหน้า (Free, Prior and Informed Consent (FPIC) for Indigenous Peoples) โดยมีกระบวนการการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน ดังนี้
การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัท ฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติการของบริษัท ฯ โดยมีขอบเขตครอบคลุมไปถึงห่วงโซ่อุปทานและ กิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องผ่านความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท ฯ บริษัทฯ ทำการระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน โดยบูรณาการเข้ากับกระบวนการประเมินความเสี่ยงในด้านอื่น รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO14001:2015 (Environmental management System) การประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยตามระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety: OHS) ISO 45001: 2018 ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานของบริษัท จังหวัดบุรีรัมย์
ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ พบว่ามีประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนี้
| สิทธิแรงงาน | สิทธิชุมชน | สิทธิของคู่ค้า | สิทธิของลูกค้า | ในห่วงโซ่อุปทาน |
|---|---|---|---|---|
|
|
|
|
|
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ
การจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ พบว่า มีประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่มีความสำคัญในระดับสูงจำนวน 5 ประเด็น ได้แก่ สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานของบริษัทฯ การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน การใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็กของคู่ค้า สุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานของคู่ค้า การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชนที่กระทำโดยคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ จึงกำหนดมาตรการจัดการเพื่อบรรเทาผลกระทบและป้องกันการเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนการเยียวยาหรือฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม โดยร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และชุมชนท้องถิ่น ในการกำหนดมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสม และเพียงพอ และได้ดำเนินงานตามมาตรการต่าง ๆ ดังนี้
| ขอบเขต | ประเด็นความเสี่ยง ด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ |
ผู้มีส่วนได้เสียที่ ได้รับผลกระทบ |
การดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อแก้ไข ป้องกัน และเยียวยา |
|---|---|---|---|
| กิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทฯ | สิทธิแรงงาน | ||
| การเลือกปฏิบัติในสถานที่ทำงาน และละเมิดสิทธิส่วนบุคคล | พนักงาน |
|
|
| การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม | พนักงาน |
|
|
| เสรีภาพในการแสดงออกและการรวมตัว | พนักงาน |
|
|
| สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน | พนักงาน |
|
|
| ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลพนักงาน | พนักงาน |
|
|
| สิทธิชุมชน | |||
| สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน | ชุมชน |
|
|
| สิทธิของคู่ค้า | |||
| การเลือกปฏิบัติต่อคู่ค้า | คู่ค้า |
|
|
| ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลคู่ค้า | คู่ค้า |
|
|
| สิทธิของลูกค้า | |||
| ข้อมูลความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า | ลูกค้า |
|
|
| กิจกรรม การดำเนินงานในห่วงโซ่อุปทานของคู่ค้าวัตถุดิบ คู่ค้าและผู้รับเหมา | สิทธิแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน | ||
| การใช้แรงงานบังคับหรือแรงงานเด็กของคู่ค้า | แรงงานของคู่ค้าวัตถุดิบ คู่ค้าและผู้รับเหมา |
|
|
| สุขภาพและความปลอดภัยของแรงงานของคู่ค้า | แรงงานของคู่ค้าวัตถุดิบ คู่ค้าและผู้รับเหมา |
|
|
| สิทธิชุมชน | |||
| สุขภาพและความปลอดภัยของชุมชน | ชุมชน |
|
|
| การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมชุมชน | ชุมชน |
|
|
การสื่อสารและการจัดอบรมด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ จัดการอบรมเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้กับผู้บริหารและพนักงาน รวมถึงคู่ค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแนวคิดและหลักการพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน เสริมสร้างจิตสำนึกในการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนความเท่าเทียม ความหลากหลาย และส่งเสริมการทำงานร่วมกันในองค์กรอย่างสันติและมีประสิทธิภาพ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้มีการดำเนินงานดังนี้
บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานใหม่ทุกคนจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมเบื้องต้นเกี่ยวกับนโยบายสิทธิมนุษยชนของบริษัทฯ เพื่อให้เข้าใจแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงสิทธิและหน้าที่ของพนักงานในการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยจัดอยู่ในหลักสูตรการอบรมปฐมนิเทศ ซึ่งพนักงานใหม่ทั้งหมดในปี 2568 จำนวน 237 คน ได้ผ่านการอบรม (ร้อยละ 100)
นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดอบรมให้พนักงานทุกหน่วยงาน รวม 416 คน คิดเป็นร้อยละ 43.24 ของพนักงานทั้งหมด จำนวน 962 คน เพื่อทบทวนความรู้ให้กับพนักงานเก่า และปฐมนิเทศให้แก่พนักงานใหม่ด้านสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน สิทธิความเป็นส่วนตัว การป้องกันการเลือกปฏิบัติ การเคารพความหลากหลายในที่ทำงาน สร้างความเข้าใจและความตระหนักถึงข้อบ่งชี้ต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การละเมิดแรงงานบังคับและการคุ้มครองแรงงานตามกฎหมาย รวมถึงการจัดการสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน โดย นางสาวนิลาวรรณ จันทรประทักษ์ หัวหน้าแผนกฝึกอบรม ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ เป็นวิทยากร อบรมให้พนักงานอบรมทุกสัปดาห์ที่ 2 และ 4 ของเดือน เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน ถึง พฤศจิกายน 2568 รวมทั้งสิ้น จำนวน 6 ครั้ง



ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จัดบรรยายพิเศษให้กับคู่ค้าวัตถุดิบยางพารา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนัก ส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือในการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากลและกฎหมายแรงงานไทย โดยมีคู่ค้าเข้าร่วมการอบรมจำนวน 66 ราย คิดเป็นร้อยละ 26.51 จากจำนวนคู่ค้าวัตถุดิบยางพาราทั้งหมด 249 ราย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568

บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรม และสื่อสารข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชนผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น จดหมายข่าว อินทราเน็ต และป้ายประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนสำหรับพนักงานทุกระดับ รวมถึงจัดกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน ณ ลานหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ ของบริษัทฯ เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ โดยภายในกิจกรรมมีการให้ความรู้ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และกิจกรรมเกม “ระบุกิจกรรมที่อาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน” เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและเสริมสร้างความตระหนักรู้ในการปฏิบัติงานอย่างเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น

บริษัทฯ จัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการเป็นกลไกหนึ่งที่สนับสนุนการเคารพสิทธิแรงงานและสิทธิมนุษยชนในที่ทำงาน โดยเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อกังวลเกี่ยวกับสวัสดิการและสภาพการทำงานอย่างเหมาะสม บริษัทฯ จึงสนับสนุนและส่งเสริมให้พนักงานสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการเพื่อทำหน้าที่นำเสนอข้อคิดเห็นและเจรจาหารือร่วมกับตัวแทนนายจ้างในการพัฒนาสวัสดิการอื่น ๆ นอกเหนือจากกฎหมายกำหนดได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน
โดยในปี 2568 คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการของบริษัทฯ ชุดปัจจุบัน จำนวน 13 คน ยังคงเป็นคณะที่ได้รับการเลือกตั้งจากพนักงานที่มาใช้สิทธิ และได้รับการประกาศแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งเป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569
สุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานเป็นประเด็นความเสี่ยงที่สำคัญ บริษัทฯ จึงสนับสนุนการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยในการทำงานให้แก่พนักงานทุกระดับ โดยจัดให้มีการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการป้องกันอุบัติภัยและการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น การทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ การขาดความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน การขาดทักษะความรู้ในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการฝึกฝนการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน นอกจากนี้ ยังจัดให้มีบริการทางสุขภาพและการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อติดตามและป้องกันด้วย สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ ความปลอดภัยในการทำงาน
บริษัทฯ สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนกับภาครัฐและเอกชนในจังหวัด สนับสนุนด้านความรู้และการเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ อาทิ เข้าร่วมกิจกรรมในวันแรงงาน หรือส่งบุคลากรในบริษัทฯ เข้าร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย หัวข้อด้านความปลอดภัยและความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทำงานในโครงการส่งเสริมความเข้มแข็งและความรู้สิทธิสวัสดิการคนพิการ ภายใต้แนวคิด “จป.บุรีรัมย์รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” จัดโดยสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดบุรีรัมย์ และชมรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยจังหวัดบุรีรัมย์

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความหลากหลาย ความเสมอภาค การยอมรับความแตกต่าง และการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคนในองค์กร จึงกำหนดให้ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคน ผู้สมัครงาน คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องด้วยความเคารพและเสมอภาคในทุกมิติของการดำเนินงาน โดยมุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานและความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่เปิดกว้าง และเอื้อให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วม แสดงศักยภาพ และเข้าถึงโอกาสที่เหมาะสมได้อย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ดังนี้
| นโยบาย | แนวทางปฏิบัติ |
|---|---|
| 1. การจ้างงานและการบริหารจัดการอย่างเป็นธรรม |
ดำเนินการจ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง และการสิ้นสุดสภาพการจ้างอย่างเท่าเทียม โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลทางเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ เพศ ความพิการ หรือสถานภาพส่วนตัวอื่นใด ทั้งนี้ การคัดเลือกและการจ่ายค่าตอบแทนพิจารณาจากความสามารถและความเหมาะสมกับตำแหน่งงานเป็นหลัก โดยยึดมั่นในหลักความเสมอภาค เช่น การจ่ายค่าตอบแทนที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีลักษณะเดียวกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศหรืออายุ |
| 2. การเคารพสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล |
เคารพสิทธิส่วนบุคคลของพนักงานในการปฏิบัติตามความเชื่อ ความศรัทธา หรือความจำเป็นส่วนบุคคล อาทิเช่น เชื้อชาติ ศาสนา หรือความแตกต่างทางเพศ ตราบใดที่กิจกรรมดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน เพื่อนร่วมงาน หรือองค์กร |
| 3. การป้องกันการคุกคามและการเอารัดเอาเปรียบ |
ห้ามการแสดงออกหรือพฤติกรรมใดๆ ที่เป็นการกดขี่ ข่มขู่ คุกคามทางเพศ หรือเอารัดเอาเปรียบพนักงาน รวมถึงไม่อนุญาตให้มีการกระทำที่ขัดต่อจริยธรรมในองค์กร โดยกำหนดโทษทางวินัยกรณีมีการละเมิดไว้ในระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัท ฯ |
| 4. การสนับสนุนสิทธิแรงงานของสตรี |
ไม่มีการบังคับให้สตรีตรวจการตั้งครรภ์หรือคุมกำเนิด และให้การดูแลสตรีที่ตั้งครรภ์ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุนสิทธิแรงงานอย่างเท่าเทียม |
| 5. การพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมความก้าวหน้าในสายอาชีพ |
กำหนดเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path) และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยจัดให้มีแผนพัฒนารายบุคคล และโอกาสในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะที่หลากหลาย ทั้งในด้านการเรียนรู้ การฝึกอบรม และการเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงหรือการรับหน้าที่ใหม่ในอนาคต รวมถึงการประเมินสมรรถนะและผลการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส เช่น การพิจารณาผลงาน สมรรถนะ และพฤติกรรมที่เหมาะสม |
| 6. การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม |
ปฏิบัติต่อผู้สมัครงาน ผู้รับเหมา คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมจัดให้มีช่องทางรับข้อร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแสที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถรายงานประเด็นที่อาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติได้อย่างเป็นความลับและปลอดภัย |
บริษัทฯ กำหนดให้มีการทบทวนประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เนื่องจากประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีกิจกรรมและกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่แตกต่างจากเดิม นอกจากนี้ บริษัท ฯ ได้ติดตามและประเมินผลการดำเนินมาตรการแก้ไขและป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ด้วยการกำหนดดัชนีชี้วัด (Indicators) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่ในการติดตามและวัดประสิทธิผล (Effectiveness) ของมาตรการที่ใช้ในการจัดการความเสี่ยง ดังนี้
| ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน | ตัวชี้วัด | เป้าหมายปี 2568 | ผลการดำเนินการปี 2568 |
|---|---|---|---|
| สิทธิแรงงาน | สัดส่วนพนักงานที่ได้รับการอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชน | ร้อยละ 100 | ร้อยละ 43.24 |
| จำนวนข้อร้องเรียนหรือคดีความที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิแรงงานที่องค์กรเป็นฝ่ายผิด | 0 | 0 | |
| กรณีที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของพนักงาน | 0 | 0 | |
| อัตราการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) | 0 | ร้อยละ 3.62 | |
| อัตราการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุจากการทำงาน (Major Accident) | 0 | 1 | |
| อัตราการลาออกของพนักงานที่มีสาเหตุจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน | 0 | 0 | |
| สิทธิชุมชน | กรณีที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของชุมชน | 0 | 0 |
| จำนวนข้อร้องเรียนจากชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างมีนัยสำคัญ | 0 | 0 | |
| ห่วงโซ่อุปทาน | สัดส่วนคู่ค้าที่ได้ลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัท ฯ | ร้อยละ 100 | ร้อยละ 100 |
| สัดส่วนคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัท (Critical tier 1 suppliers) ที่ได้รับการอบรมด้านสิทธิมนุษยชน | ร้อยละ 100 | ร้อยละ 58.92 | |
| สัดส่วนคู่ค้าวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับการตรวจประเมินด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน ความปลอดภัย และการจัดการสิ่งแวดล้อม | ร้อยละ 100 | ร้อยละ 2.01 | |
| กรณีการใช้แรงงานเด็กที่ได้รับการยืนยันแล้ว | 0 | 0 | |
| กรณีการใช้แรงงานบังคับที่ได้รับการยืนยันแล้ว | 0 | 0 |
บริษัทฯ จัดให้มีกลไกการร้องเรียนและรับข้อร้องเรียนอย่างเป็นทางการตามคู่มือการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้พนักงาน คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียภายนอกที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ สามารถแจ้งข้อกังวลหรือข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนได้โดยตรง ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น การเลือกปฏิบัติ การคุกคาม การใช้แรงงานเด็ก การใช้แรงงานบังคับ สภาพการจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ตลอดจนผลกระทบต่อชุมชนจากกิจกรรมของบริษัทฯ
เพื่อให้ผู้ร้องเรียนสามารถเข้าถึงกลไกดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางที่หลากหลายรองรับทั้งการเปิดเผยชื่อและการไม่เปิดเผยตัวตน พร้อมคุ้มครองข้อมูลและรักษาความลับของผู้ร้องเรียนอย่างเคร่งครัด ช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสียภายใน ได้แก่ กล่องรับความคิดเห็นในพื้นที่ต่าง ๆ ของบริษัทฯ ระบบร้องเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ Red QR Code อีเมล อินทราเน็ต Line Chat Group การร้องเรียนผ่านตัวแทนคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ หรือผู้ดูแลส่วนงานฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ ส่วนผู้มีส่วนได้เสียภายนอกสามารถร้องเรียนผ่านจดหมาย เว็บไซต์ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ของบริษัทฯ กล่องรับข้อร้องเรียนบริเวณหน้าโรงงาน การยื่นเอกสารผ่านทีมรักษาความปลอดภัยหน้าโรงงาน หรือการร้องเรียนผ่านตัวแทนในชุมชน
เมื่อได้รับข้อร้องเรียน บริษัทฯ จะดำเนินการตามกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ เป็นธรรม และเหมาะสมกับลักษณะของประเด็น โดยมีการคัดกรองข้อร้องเรียน การพิจารณาข้อเท็จจริง การกำหนดแนวทางแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การติดตามผล และการสื่อสารความคืบหน้าแก่ผู้ร้องเรียนตามสมควร ตามที่ได้ระบุไว้ในคู่มือการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งหวังให้กลไกดังกล่าวเป็นช่องทางที่ช่วยป้องกัน ลดผลกระทบ และเยียวยาประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทานเป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญแสดงดังตาราง
| เป้าหมายระยะยาว ปี 2573 |
เป้าหมาย ปี 2568 |
ผลการดำเนินงาน ปี 2568 |
|
|---|---|---|---|
| จำนวนข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญ | 0 | 0 | 0 |
| การใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทาน (กรณี) | 0 | 0 | 0 |