แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัท ฯ มุ่งมั่นในการสร้างจิตสำนึกของพนักงานและบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานทั่วทั้งองค์กร จึงได้กำหนด “นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง จัดทำแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในประเทศไทย ได้แก่ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 รวมถึงประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) และนำมาตรฐานสากลมาเป็นกรอบในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานของบริษัท จังหวัดบุรีรัมย์ เช่น ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001: 2018) และระบบจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม สังคม (Environmental and Social Management System: ESMS) เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศึกษานโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเพิ่มเติมได้ที่ www.nerubber.com หรือ สแกน QR Code

บริษัท ฯ ใช้กลยุทธ์ 3Cs “Compliance, Caution, Culture” ในการบริหารจัดการให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานและแรงงานของคู่ค้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัท ฯ โดยมีเป้าหมายที่จะลดอัตราความถี่การเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานให้เป็นศูนย์

ผลการดำเนินงานปี 2568
การระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน

จากการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จำแนกตามลักษณะของประเภทงานและสถานที่ปฏิบัติงานในแต่ละกระบวนการของบริษัท ฯ ในปี 2568 บริษัท ฯ พบว่ามีความเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ปฏิบัติงานและต่อบริษัท ฯ ใน 4 ลำดับแรก ได้แก่ อุบัติเหตุจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ อุบัติเหตุจากสารเคมี การเกิดอัคคีภัย และอุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้า บริษัท ฯ จึงได้ดำเนินการทบทวนและปรับปรุงมาตรการควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้และลดโอกาสในการเกิดขึ้นซ้ำอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่มีนัยสำคัญจำนวน 2 ครั้งในปี 2568 ได้แก่ การเกิดอัคคีภัย และอุบัติเหตุจากไฟฟ้าดูด บริษัทฯ ได้ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุ ทบทวนผลการประเมินความเสี่ยง และกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันเพิ่มเติม เพื่อนำบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวไปใช้ปรับปรุงระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อไป

ความเสี่ยง ปัจจัยความเสี่ยง มาตรการป้องกันและควบคุม
อุบัติเหตุจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ ผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้และความชำนาญในการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ เช่น จุดหมุน จุดหนีบ ระบบสายพานลำเลียง
  • จัดทำคู่มือความปลอดภัยการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์
  • อบรมการใช้งานและการทำงานกับเครื่องจักร
เครื่องจักรและอุปกรณ์เก่า ชำรุดหรือไม่พร้อมใช้งาน
  • ตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามรอบแผนที่กำหนดไว้
ผู้ปฏิบัติงานไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมและเพียงพอ
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่มีคุณภาพมาตรฐานสำหรับการทำงานกับเครื่องจักรแต่ละตำแหน่งอย่างเหมาะสมและเพียงพอ
ผู้ปฏิบัติงานประมาทเลินเล่อ
  • กำกับดูแลและตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานเป็นประจำ และกำหนดแนวทางการจัดการกับผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ
มาตรการจัดการความเสี่ยงไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
  • จัดให้มีการทวนสอบและรับรองประสิทธิภาพของการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ โดยหน่วยงานภายนอกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
อุบัติเหตุจากสารเคมี การจัดเก็บสารเคมีอันตรายไม่ถูกต้องและเหมาะสม
  • ดำเนินการตรวจสอบและทบทวนสารเคมีและวัตถุอันตรายที่มีใช้ในสถานประกอบกิจการโรงงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • จัดเก็บสารเคมีโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เพื่อป้องกันการเกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน
  • ปรับปรุงพื้นที่การจัดเก็บสารเคมีให้มีจุดเสี่ยงน้อยที่สุด
อุปกรณ์ป้องกันการใช้สารเคมีไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันร่างกายและเพิ่มชุดชำระร่างกายฝักบัว พร้อมอ่างล้างตาฉุกเฉินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานบริเวณจุดที่มีการใช้สารเคมี
การหกรั่วไหลของสารเคมี
  • จัดทำแผนฉุกเฉินกรณีสารเคมีหกรั่วไหล
  • จัดเตรียมอุปกรณ์กอบกู้สารเคมีในพื้นที่ปฏิบัติงาน
การขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานของพนักงานเกี่ยวกับใช้สารเคมีเฉพาะอย่าง
  • จัดทำคู่มือความปลอดภัยการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย
  • อบรมขั้นตอนการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย และทดสอบความรู้ความเข้าใจแก่พนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและเกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
การเกิดอัคคีภัย สภาพเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าเก่าหรือชำรุด
  • ตรวจสอบสายไฟฟ้าและเครื่องจักรอุปกรณ์เป็นประจำ ตามแผนการบำรุงรักษา
สถานที่และวิธีการจัดเก็บสารเคมีไวไฟไม่เหมาะสม
  • ปรับปรุงพื้นที่จัดเก็บสารไวไฟ Solvent WS-200 ให้เป็นการจัดเก็บนอกอาคารและมีระบบระบายอากาศที่ดี
  • ใช้ระบบอุปกรณ์ไฟฟ้าแบบป้องกันการระเบิด (Explosion Proof) ทั้งหมด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่จัดเก็บสารเคมีไวไฟ
คู่มือ/วิธีการปฏิบัติงานการปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟไม่ครอบคลุมความเสี่ยง
  • ปรับปรุงวิธีการทำงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ
อุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่เพียงพอ หรือไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยเป็นประจำอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
  • ทบทวนแผนผังแสดงจุดติดตั้งและทะเบียนอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยอย่างน้อยทุก 6 เดือน
  • ติดตั้งระบบกล้อง CCTV ตรวจจับความร้อนในอาคาร และแจ้งเตือนอัตโนมัติไปยังห้องควบคุม 24 ชั่วโมง
  • เลือกใช้ถังดับเพลิงที่มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะสมกับลักษณะของพื้นที่เสี่ยง โดยใช้ถังดับเพลิงขนาด 15 ปอนด์ ตามมาตรฐาน 10A : 40B และถังดับเพลิงชนิดโฟม (ขนาด 15 ปอนด์) เพื่อรองรับการดับเพลิงที่เกิดจากเชื้อเพลิงเหลวและเพิ่มความปลอดภัยภายในพื้นที่
  • จัดหารถดับเพลิงที่มีความสามารถในการใช้งานโฟมดับเพลิง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและระงับอัคคีภัย
อุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้า มาตรฐานหรือระเบียบความปลอดภัยด้านไฟฟ้าไม่ครอบคลุม
  • ทบทวนมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า
  • การจัดทำและทบทวนคู่มือการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าครอบคลุมความเสี่ยง
การตรวจสอบการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ และระบบไฟฟ้า
  • ดำเนินการตรวจเช็คเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง และบันทึกผลการตรวจสอบก่อนปฏิบัติงาน
  • ดำเนินการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและบันทึกผลการตรวจสอบก่อนปฏิบัติงาน
  • รวมถึงการตัดแยกระบบไฟ และล็อกเอาต์–แท็กเอาต์ (Lockout–Tagout)
ขาดการสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักถึงความปลอดภัยฯ การทำงานอย่างต่อเนื่อง
  • ดำเนินการอบรมความรู้และความเข้าใจ ตามคู่มือการปฏิบัติงาน
ไม่ปฏิบัติตามการสวมใส่การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE)
  • ทบทวนและกำหนดมาตรฐานการใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร และไฟฟ้า และจัดหาให้พนักงานสวมใส่ได้อย่างครบถ้วน
  • ดำเนินการตรวจสอบอุปกรณ์ ตามแบบตรวจสอบการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE) (FM-SAF-040)
ไม่มีระบบการขออนุญาตทำงานเสี่ยงภัย
  • ดำเนินการขออนุญาตทำงานเสี่ยงภัย ก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้ง ในแบบใบขออนุญาตทำงานเสี่ยงภัย ( FM-SAF-017) สอดคล้องตามคู่มือการขออนุญาตทำงานเสี่ยงอันตราย (QP-SAF-003)
การรายงานอันตราย เหตุการณ์ผิดปกติ และการสอบสวนอุบัติเหตุจากการทำงาน

บริษัทฯ เปิดโอกาสให้พนักงานและผู้รับเหมารายงาน อันตราย สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) ผ่านช่องทางที่บริษัทฯ กำหนด โดยสามารถแจ้งต่อหัวหน้างาน ฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย หรือช่องทางรับข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริต และกำหนดให้พนักงานมีสิทธิหยุดการปฏิบัติงานหรือถอนตัวจากสถานการณ์ที่เห็นว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตหรือสุขภาพได้ โดยไม่ถูกลงโทษหรือได้รับผลกระทบเชิงลบจากการแจ้งหรือการดำเนินการดังกล่าว

กรณีเกิดอุบัติเหตุ เหตุการณ์ผิดปกติ หรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุระหว่างการปฏิบัติงาน บริษัท ฯ กำหนดให้ผู้ประสบเหตุหรือหัวหน้างานต้องมีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดให้มีการสอบสวนสาเหตุ และการวิเคราะห์อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ผิดปกติอย่างละเอียดโดยฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นผู้ดำเนินการร่วมกับเจ้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาสาเหตุและกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดิมซ้ำในอนาคต รวมถึงสื่อสารผลการสอบสวน บทเรียนที่ได้รับ และข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อเรียนรู้และเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น

ในปี 2568 บริษัทฯ มีเหตุการณ์ผิดปกติหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานจำนวน 9 เหตุการณ์ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทบทวนมาตรการควบคุมความเสี่ยง และกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ มีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้

การบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่ของบริษัทฯ เนื่องจากสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน บริษัทฯ จึงจัดให้มีบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงาน รวมถึงการเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน การดำเนินงานดังกล่าวครอบคลุมการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ เช่น การตรวจวัดความเข้มของแสง เสียง ความร้อน ฝุ่นละออง และสารเคมี รวมถึงการตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเริ่มงาน และการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อประเมินความพร้อมในการปฏิบัติงานและเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ นำผลการตรวจวัดและผลการตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการควบคุม การปรับปรุงพื้นที่ปฏิบัติงาน และการจัดเตรียมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะงานและระดับความเสี่ยง

นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีห้องพยาบาลสำหรับให้บริการด้านสุขภาพแก่พนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่ โดยมีพยาบาลวิชาชีพประจำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยยาและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอต่อการให้บริการ เพื่อสนับสนุนการดูแลและปฐมพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยระหว่างการปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที และการประสานงานเพื่อส่งต่อการรักษาเมื่อจำเป็น

การตรวจวัดแสงสว่างในพื้นที่การทำงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานภายใต้แสงสว่างที่เหมาะสม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความปลอดภัย และสุขภาพของพนักงาน ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจวัดระดับแสงสว่างอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อประเมินประสิทธิผลของการปรับปรุงแสงสว่างจากการเปลี่ยนหลอดไฟในพื้นที่ทำงานต่างๆ เมื่อปี 2567 โดยผลการตรวจวัดพบว่าระดับแสงสว่างยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและเป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนหลอดไฟ LED แทนหลอดไฟแบบเก่าเพิ่มเติมในจุดที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงและมีค่าตรวจวัดความเข้มของแสงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการมองเห็น ลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงาน และลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อดวงตา อันส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานโดยรวม

การตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเริ่มงาน

บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานใหม่ได้รับการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงก่อนเริ่มงานภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นการตรวจร่างกายและสภาวะทางจิตใจตามวิธีทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ เพื่อให้ทราบถึงความเหมาะสมของสภาวะสุขภาพของพนักงานหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของพนักงานเมื่อทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยฝ่ายงานความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยได้ทำการประเมินปัจจัยเสี่ยงของแต่ละงานและกำหนดรายการตรวจ (Health Check up – Matrix) โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ เช่น การตรวจสมรรถภาพการได้ยินหากต้องทำงานในพื้นที่ที่มีเสียงดัง การตรวจสมรรถภาพปอดในพื้นที่ที่มีการสัมผัสฝุ่นหรือสารเคมี และการตรวจระดับสารเคมีในร่างกาย เป็นต้น หากผลการตรวจพบความผิดปกติ บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งผลให้พนักงานรับทราบ พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นจากพยาบาลวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย โดยผลการตรวจจะถูกนำไปพิจารณาร่วมกับแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ เพื่อประเมินความเหมาะสมของพนักงานกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ หากพบว่าสุขภาพของพนักงานไม่เหมาะสมกับลักษณะงาน บริษัท ฯ จะปรับเปลี่ยนหน้าที่การทำงานให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของพนักงาน

การตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเริ่มงาน

บริษัท ฯ กำหนดให้พนักงานใหม่ได้รับการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงก่อนเริ่มงานภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นการตรวจร่างกายและสภาวะทางจิตใจตามวิธีทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ เพื่อให้ทราบถึงความเหมาะสมของสภาวะสุขภาพของพนักงานหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของพนักงานเมื่อทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยได้ทำการประเมินปัจจัยเสี่ยงของแต่ละงานและกำหนดรายการตรวจ (Health Check up – Matrix) โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์

การตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี

บริษัทฯ จัดให้มีการตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี 2568 ตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมของพนักงาน และเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะงานหรือปัจจัยเสี่ยงในสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยในปี 2568 มีพนักงานเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีจำนวน 682 คน คิดเป็นร้อยละ 94.98 ของพนักงานที่มีสิทธิเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีทั้งหมด 718 คน ซึ่งเป็นพนักงานที่มีอายุงานตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป

การตรวจสุขภาพดังกล่าวดำเนินการโดยสถานพยาบาลและผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรฐานวิชาชีพ ครอบคลุมการตรวจสุขภาพร่างกายในรายการที่กำหนด รวมถึงการประเมินและคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์ เพื่อให้พนักงานได้รับการดูแลสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ บริษัทฯ มีการแจ้งผลการตรวจสุขภาพให้พนักงานทราบหลังจากที่ได้รับผลตรวจภายใน 3 วัน เพื่อให้พนักงานสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างทันท่วงที ในกรณีที่พบผลการตรวจสุขภาพผิดปกติ หรือพบข้อบ่งชี้ที่อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งผลและให้คำแนะนำแก่พนักงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพิจารณาส่งตรวจซ้ำหรือส่งต่อไปยังสถานพยาบาลเฉพาะทางตามความเหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทฯ นำข้อมูลจากผลการตรวจสุขภาพในภาพรวมและผลการตรวจตามปัจจัยเสี่ยงมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัย การทบทวนมาตรการควบคุม การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการกำหนดแนวทางป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากการทำงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลสุขภาพของพนักงาน โดยเก็บรักษา ใช้ และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การมีส่วนร่วมและการสื่อสารด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า การสื่อสารและการสร้างการมีส่วนร่วมในด้านความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังพฤติกรรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานในทุกระดับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้อง ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานจากหน่วยงานต่าง ๆ จำนวนรวม 19 คน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารือด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน โดยคณะกรรมการฯ มีการประชุมเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรับฟังประเด็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อกังวลด้านความปลอดภัยจากพนักงาน ติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย พิจารณาเหตุการณ์อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ และสนับสนุนการกำหนดแนวทางปรับปรุงมาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น รวมทั้งให้คำปรึกษาและแนะนำแก่พนักงานทุกระดับ ผู้รับเหมา และบุคคลที่เข้ามาปฏิบัติงานในบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมและช่องทางการสื่อสารด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานได้รับข้อมูลที่จำเป็นก่อนและระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น กิจกรรม Safety Talk การสนทนาความปลอดภัยประจำวัน หรือ Safety Morning Talk กิจกรรม Kiken Yoshi Training (KYT) โครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ และกิจกรรมวันความปลอดภัย หรือ Safety Day ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติ เช่น เกมค้นหาจุดเสี่ยงและจุดอันตรายจากภาพจำลองสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างทักษะในการสังเกตอันตราย การประเมินความเสี่ยง และการเลือกใช้หรือสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างถูกต้องและเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ สื่อสารด้านความปลอดภัยด้วยการติดตั้งป้ายรณรงค์ ป้ายเตือน และป้ายแสดงจุดเสี่ยงในพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม ทั้งในระหว่างการทำงานและในชีวิตประจำวัน

ในปี 2568 บริษัทฯ จัดกิจกรรมด้านการสื่อสารและการมีส่วนร่วมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยรวมทั้งหมด 52 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 962 คน

การอบรมและพัฒนาทักษะพนักงานด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานทุกระดับ จึงจัดอบรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจำแนกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

การอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานทุกระดับ จึงจัดอบรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจำแนกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  1. การอบรมเฉพาะด้าน เช่น การใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์อย่างปลอดภัย การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล การป้องกันและระงับอัคคีภัย การจัดการสารเคมี และการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จำนวนรวม 29 หลักสูตร
  2. การอบรมและการอบรมทั่วไป ที่มีเนื้อหาด้านความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจในกฎระเบียบ มาตรฐาน วิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากการทำงาน และการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม เช่น การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ หรือการอบรมกฎระเบียบการทำงานของบริษัทฯ

ในปี 2568 บริษัทฯ มีพนักงานที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยเฉพาะด้านจำนวน 788 คน และมีพนักงานที่ได้รับการอบรมทั่วไปซึ่งมีเนื้อหาด้านความปลอดภัยรวมอยู่ด้วยจำนวน 727 คน

  2566 2567 2568
จำนวนพนักงานทั้งหมดในปีรายงาน* (คน) 1,034 941 962
พนักงานที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยเฉพาะด้าน (Specific Safety Training) (คน) 362 413 788
พนักงานที่ได้รับการอบรมทั่วไปซึ่งมีเนื้อหาด้านความปลอดภัย (คน) 325 278 727
สัดส่วนพนักงานที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยเฉพาะด้านต่อจำนวนพนักงานทั้งหมด (ร้อยละ) 35.01 43.89 81.91

* หมายเหตุ

  1. จำนวนพนักงานทั้งหมดในปีรายงาน หมายถึง พนักงานทั้งหมดที่มีสถานะเป็นพนักงานของบริษัทฯ ณ วันที่เข้าร่วมการอบรมภายในปีรายงาน โดยรวมพนักงานที่ลาออกระหว่างปีด้วย
  2. การนับจำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรมเป็นการนับแบบรายบุคคลไม่ซ้ำภายในแต่ละประเภทการอบรม
  3. จำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรมเป็นการรายงานแยกตามประเภทหลักสูตร เนื่องจากพนักงานหนึ่งคนอาจเข้าร่วมได้มากกว่าหนึ่งประเภท จึงไม่นำตัวเลขทั้งสองประเภทมารวมกัน
การซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2568 (กลางวัน/กลางคืน)

บริษัทฯ ดำเนินการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ครอบคลุมการปฏิบัติงานทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน เพื่อเตรียมความพร้อมของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับเหตุการณ์อัคคีภัยและสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเหมาะสม การฝึกซ้อมดังกล่าวจัดขึ้นโดยร่วมมือกับหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจำนวน 4 แห่ง เพื่อให้ความรู้ ทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฝึกทักษะการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น และทดสอบความพร้อมของระบบการแจ้งเหตุ การอพยพ เส้นทางอพยพ และการรวมพลตามแผนฉุกเฉินของบริษัทฯ

ในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมรวมจำนวน 572 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเข้าร่วมการฝึกซ้อม แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมในช่วงกลางวันจำนวน 547 คน และช่วงกลางคืนจำนวน 25 คน โดยการฝึกซ้อมครอบคลุมการจำลองสถานการณ์ การแจ้งเหตุ การอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง การรวมพล ณ จุดที่กำหนด และการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

ก่อนการฝึกซ้อม บริษัทฯ ได้สื่อสารแผนการฝึกซ้อมไปยังผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้รับทราบล่วงหน้า ลดความกังวลที่อาจเกิดขึ้นจากการจำลองสถานการณ์ และส่งเสริมความเข้าใจร่วมกันระหว่างบริษัทฯ กับชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ ผลการฝึกซ้อมได้รับการประเมินว่าอยู่ในระดับดี โดยพิจารณาจากความพร้อมของผู้เข้าร่วม การปฏิบัติตามขั้นตอนการอพยพ ระยะเวลาในการอพยพ การสื่อสารระหว่างเกิดเหตุ ความพร้อมของอุปกรณ์ระงับเหตุ และการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก โดยในปี 2568 ผลการฝึกซ้อมพบว่าสามารถอพยพผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมไปยังจุดรวมพลได้ภายในเวลา 4 นาที ซึ่งอยู่ภายในเกณฑ์ไม่เกิน 5 นาที สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลและเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

การฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน กรณีสารเคมีหกรั่วไหลและก๊าซรั่วไหล

บริษัทฯ จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินกรณีสารเคมีหกรั่วไหลและก๊าซรั่วไหล ประจำปี 2568 จำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 และวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อม ความเข้าใจ และทักษะของพนักงานในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน

การฝึกซ้อมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการแจ้งเหตุ การควบคุมพื้นที่ การใช้อุปกรณ์ระงับเหตุ การป้องกันการสัมผัสสารเคมีหรือก๊าซอันตราย และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ผู้รับเหมา ชุมชนโดยรอบ ทรัพย์สินของบริษัทฯ และสิ่งแวดล้อม

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จำลองสถานการณ์สารเคมีโซลเวนท์ WS 200 หกรั่วไหลระหว่างการเคลื่อนย้ายบรรจุภัณฑ์บริเวณหน้าคลังสินค้า ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายที่ก่อให้เกิดไอระเหยไวไฟและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยหรือการระเบิดหากสัมผัสกับแหล่งกำเนิดประกายไฟ บริษัทฯ จึงให้พนักงานที่เกี่ยวข้องฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ตั้งแต่การแจ้งเหตุ การกั้นพื้นที่ การควบคุมแหล่งรั่วไหล การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การจัดการสารเคมีที่หกรั่วไหล และการทำความสะอาดพื้นที่หลังเกิดเหตุ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานมีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม ภายหลังการฝึกซ้อม บริษัทฯ ได้นำผลการประเมิน ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องมาใช้ในการทบทวนแผนฉุกเฉินและขั้นตอนการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน

ภายในปี 2568 บริษัทฯ มีการจัดหลักสูตรเพื่อให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจ การตระหนักถึงอันตราย และทักษะในการป้องกันแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความเสี่ยงต่าง ๆ โดยมีหลักสูตรในการอบรมพนักงาน ดังนี้

  • หลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า และการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ที่ได้รับอันตรายจากไฟฟ้า ผู้เข้าอบรม จำนวน 30 คน
  • หลักสูตร การป้องกันอันตรายระบบล็อคนิรภัยและป้ายเตือน (Lock Out Tag Out) ผู้เข้าอบรม จำนวน 30 คน
  • หลักสูตรการดับเพลิงขั้นต้น (Basic Fire Fighting) ผู้เข้าอบรม จำนวน 120 คน
  • หลักสูตรการชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัยด้วยเทคนิค (JSA) ผู้เข้าอบรม จำนวน 60 คน
  • หลักสูตรมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน ผู้เข้าอบรม จำนวน 60 คน
  • หลักสูตรความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ผู้เข้าอบรม จำนวน 30 คน
  • การอบรมความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นเหนือศีรษะ ผู้เข้าอบรม จำนวน 20 คน
  • การอบรมความปลอดภัยการทำงานกับสารเคมีและการตอบโต้กรณีสารเคมีหกรั่วไหล ผู้เข้าอบรม จำนวน 30 คน

นอกจากนี้ยังมีการจัดการอบรมเพื่อทบทวนความปลอดภัยการทำงานและโรคจากการประกอบอาชีพ (Safety Re-Training Program)

การส่งเสริมสุขภาพของพนักงานที่นอกเหนือจากการทำงาน

บริษัท ฯ จัดให้มีการดูแลและส่งเสริมสุขภาพของพนักงานทั้งสุขภาพกายและใจ รวมถึงการป้องกันโรคต่างๆ ที่นอกเหนือจากการบาดเจ็บและโรคที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน โดยจัดให้มีห้องพยาบาลสำหรับบริการด้านสุขภาพแก่พนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงาน ซึ่งมีพยาบาลวิชาชีพประจำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยยาและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอต่อการให้บริการอย่างเหมาะสม ตลอดจนมีการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดต่างๆ

นอกจากนี้ บริษัท ฯ จัดให้มีสถานที่สำหรับพนักงานหญิงที่ต้องการให้นมบุตรหรือเก็บรักษาน้ำนมแม่ในพื้นที่ที่ถูกสุขลักษณะ และมีความเป็นส่วนตัว พร้อมการให้ความรู้และความเข้าใจแก่พนักงานเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จากพยาบาลวิชาชีพด้วย

โครงการ NER For Health “ก้าว เดิน วิ่ง เพื่อสุขภาพ”

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและใจที่ดีให้แก่พนักงานภายในองค์กร โดยสนับสนุนให้พนักงานทุกคนออกกำลังกายเป็นประจำ โดยบริษัท ฯ ร่วมกับแอปพลิเคชัน SAKID จัดให้มีกิจกรรมที่หลากหลายไม่เพียงแค่การเดิน แต่ละสัปดาห์จะมีภารกิจพิเศษให้แก่พนักงานได้ร่วมทำกิจกรรม อาทิ นั่งสมาธิ เดิน วิ่ง เต้นแอโรบิก และโยคะ

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของคู่ค้าผู้รับเหมา

กำหนดให้ผู้รับเหมาต้องรับทราบและปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของบริษัท ฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา โดยกำหนดให้ผู้รับเหมาต้องดูแลแรงงานของตนเองและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพียงพอ และพนักงานของผู้รับเหมาที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง จำเป็นต้องผ่านการตรวจสุขภาพเฉพาะด้าน กำหนดให้ผู้รับเหมาต้องรับทราบและปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของบริษัท ฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา โดยกำหนดให้ผู้รับเหมาต้องดูแลแรงงานของตนเองและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพียงพอ และพนักงานของผู้รับเหมาที่เข้าปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง จำเป็นต้องผ่านการตรวจสุขภาพเฉพาะด้าน และดำเนินการขออนุญาตทำงาน (Work Permit) ในโรงงานอุตสาหกรรมทุกครั้งที่เข้าพื้นที่หน้างาน ในทุกโครงการทั้งงานเก่าและงานใหม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ใช้ควบคุมและป้องกันความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน โดยเฉพาะสำหรับงานที่มีอันตรายสูง เช่น งานเชื่อม งานในที่อับอากาศ งานบนที่สูง งานตัด เจาะ หรือซ่อมบำรุงเครื่องจักร เป็นต้น

จากการดำเนินงานตามกลยุทธ์ มาตรการและแผนงานควบคุมความเสี่ยงเพื่อสร้างความปลอดภัยในการทำงานตลอดปี 2567 บริษัท ฯ มีกรณีบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานของพนักงานจำนวนรวม 7 ราย อัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate : LTIFR) เท่ากับ 2.93 ต่อ 1 ล้านชั่วโมงการทำงาน มีค่าลดลง จากปี 2566 เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัท ฯ กำหนด นอกจากนี้บริษัท ฯ มีอัตราการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุจากการทำงาน (Major Accident) จำนวน 0 ครั้ง ส่วนของคู่ค้าผู้รับเหมา มีกรณีบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานจำนวนรวม 0 ราย

จากการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญซึ่งครอบคลุมพนักงาน และผู้รับเหมาร้อยละ 100 แสดงดังตาราง
รายการ 2565 2566 2567
จำนวนผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (คน)
  • พนักงาน
1,045 1,034 941
  • ผู้รับเหมา
392 377 427
อัตราการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุจากการทำงาน (Major Accident)
  • พนักงาน
0 2 0
  • ผู้รับเหมา
0 0 0
การเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานของพนักงาน 0 0 0
อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) ต่อ 1 ล้านชั่วโมงการทำงาน
  • พนักงาน
4.46 7.50 2.93
  • ผู้รับเหมา
0 0 0
นโยบายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม