แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ มุ่งมั่นเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเป็นระบบทั่วทั้งองค์กร จึงได้กำหนด “นโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ให้ผู้บริหารพนักงานทุกคน และผู้ที่ปฏิบัติงานภายใต้การควบคุมของบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
แนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯ สอดคล้องกับกฎหมายและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในประเทศไทย ได้แก่ พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 รวมถึงประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 (และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม)
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 มาใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยในปี 2568 พื้นที่ดำเนินงานภายใต้ขอบเขตการรายงานของบริษัทฯ ทั้ง 2 แห่ง ได้แก่ สำนักงานและโรงงานผลิตจังหวัดบุรีรัมย์ และสำนักงานขายกรุงเทพมหานคร ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 คิดเป็นร้อยละ 100 ของพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมดภายใต้ขอบเขตการรายงาน
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้นำแนวทางระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคม (Environmental and Social Management System: ESMS) มาใช้เป็นกรอบเสริมในการระบุ ประเมิน บริหารจัดการ และติดตามความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการดำเนินงานตามระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่ได้รับการรับรอง

ผลการดำเนินงานปี 2568
การกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในระดับคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยมีประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นผู้รับผิดชอบหลักในระดับคณะกรรมการ ทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร ครอบคลุมกิจกรรมสำคัญที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงานในระดับสูง ได้แก่ การรับวัตถุดิบ การดำเนินงานภายในโรงงาน และกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ และติดตามผลการดำเนินงาน เหตุการณ์อุบัติเหตุ ประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ มาตรการควบคุมความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งรายงานประเด็นสำคัญต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยได้รับการบริหารจัดการและควบคุมอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้
ในระดับฝ่ายจัดการ บริษัทฯ มอบหมายให้ฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ภายใต้การกำกับดูแลของรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาองค์กร เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในระดับปฏิบัติการ รวมถึงการระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยง การกำหนดและดำเนินมาตรการควบคุม การสอบสวนเหตุการณ์อุบัติเหตุ การดำเนินการแก้ไขและป้องกัน ตลอดจนการส่งเสริมความรู้ ความตระหนัก และวัฒนธรรมความปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยมีการนำเสนอผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อผู้บริหารระดับสูง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัท ตามลำดับ
นอกเหนือจากการดำเนินงานของฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ที่มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพจำนวน 4 คนแล้ว เพื่อให้มีการปฏิบัติตามนโยบายทั่วทั้งองค์กร บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับสถานประกอบกิจการเพิ่มเติม ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 19 คน จากส่วนงานต่าง ๆ โดยมีผู้แทนฝ่ายนายจ้างระดับบังคับบัญชาจำนวน 9 คน และผู้แทนฝ่ายลูกจ้างจำนวน 10 คน มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำกับดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด การเดินสำรวจและตรวจการดำเนินงานด้านความปลอดภัยประจำเดือน รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการทำงาน และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร โดยคณะกรรมการฯ มีการประชุมเพื่อระบุปัญหาอุปสรรค ร่วมกันหารือ ให้ข้อเสนอแนะ ติดตามความคืบหน้าในการแก้ไข และรายงานสรุปผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกเดือน
บริษัท ฯ ใช้กลยุทธ์ 3Cs “Compliance, Caution, Culture” ในการบริหารจัดการให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานและแรงงานของคู่ค้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัท ฯ โดยมีเป้าหมายที่จะลดอัตราความถี่การเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานให้เป็นศูนย์
การระบุและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
บริษัทฯ มอบหมายให้ฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นผู้ชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งกิจกรรมที่ปฏิบัติเป็นงานประจำ หรือกิจกรรมเฉพาะที่ไม่ได้ดำเนินการเป็นประจำของพนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ภายในพื้นที่ของบริษัท ฯ รวมถึงการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยก่อนเริ่มดำเนินโครงการหรือกิจกรรมใหม่ เช่น การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิต การติดตั้งหรือใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์ใหม่ การใช้สารเคมีใหม่ การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ปฏิบัติงาน และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือเส้นทางการขนส่ง เพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้รับการพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนและก่อนเริ่มดำเนินงาน
การประเมินความเสี่ยงจะพิจารณาจาก กิจกรรมในกระบวนการทำงาน ลักษณะงาน พื้นที่ปฏิบัติงาน และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละกิจกรรม พร้อมทั้งวิเคราะห์ลักษณะการเกิด สาเหตุที่เกี่ยวข้อง และผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยงต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถที่เหมาะสมกับลักษณะงานและอันตรายที่เกี่ยวข้อง
บริษัท ฯ นำข้อมูลที่ได้มาประเมินโอกาสและระดับความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อกำหนดแนวทางและจัดทำมาตรการหรือแผนงานควบคุมความเสี่ยงสำหรับบังคับใช้กับพนักงานทุกระดับและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในบริษัท ฯ โดยกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงตามลำดับความเหมาะสม ตั้งแต่การหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อันตราย การปรับปรุงวิธีการทำงานหรือระบบป้องกัน จนถึงการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ โดยกำหนดให้หัวหน้าแผนกหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องร่วมกันทบทวนผลการประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง หรือเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เช่น การเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทำงาน การใช้อุปกรณ์ใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) หรือข้อบ่งชี้ว่ามาตรการควบคุมเดิมอาจไม่เพียงพอ เพื่อสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมา รวมถึงลดความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายจากการทำงาน พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานให้มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัย
จากการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จำแนกตามลักษณะของประเภทงานและสถานที่ปฏิบัติงานในแต่ละกระบวนการของบริษัท ฯ ในปี 2568 บริษัท ฯ พบว่ามีความเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ปฏิบัติงานและต่อบริษัท ฯ ใน 4 ลำดับแรก ได้แก่ อุบัติเหตุจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ อุบัติเหตุจากสารเคมี การเกิดอัคคีภัย และอุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้า บริษัท ฯ จึงได้ดำเนินการทบทวนและปรับปรุงมาตรการควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้และลดโอกาสในการเกิดขึ้นซ้ำอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่มีนัยสำคัญจำนวน 2 ครั้งในปี 2568 ได้แก่ การเกิดอัคคีภัย และอุบัติเหตุจากไฟฟ้าดูด บริษัทฯ ได้ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุ ทบทวนผลการประเมินความเสี่ยง และกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันเพิ่มเติม เพื่อนำบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวไปใช้ปรับปรุงระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อไป
| ความเสี่ยง | ปัจจัยความเสี่ยง | มาตรการป้องกันและควบคุม |
|---|---|---|
| อุบัติเหตุจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ | ผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้และความชำนาญในการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ เช่น จุดหมุน จุดหนีบ ระบบสายพานลำเลียง |
|
| เครื่องจักรและอุปกรณ์เก่า ชำรุดหรือไม่พร้อมใช้งาน |
|
|
| ผู้ปฏิบัติงานไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมและเพียงพอ |
|
|
| ผู้ปฏิบัติงานประมาทเลินเล่อ |
|
|
| มาตรการจัดการความเสี่ยงไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ |
|
|
| อุบัติเหตุจากสารเคมี | การจัดเก็บสารเคมีอันตรายไม่ถูกต้องและเหมาะสม |
|
| อุปกรณ์ป้องกันการใช้สารเคมีไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ |
|
|
| การหกรั่วไหลของสารเคมี |
|
|
| การขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานของพนักงานเกี่ยวกับใช้สารเคมีเฉพาะอย่าง |
|
|
| การเกิดอัคคีภัย | สภาพเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าเก่าหรือชำรุด |
|
| สถานที่และวิธีการจัดเก็บสารเคมีไวไฟไม่เหมาะสม |
|
|
| คู่มือ/วิธีการปฏิบัติงานการปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟไม่ครอบคลุมความเสี่ยง |
|
|
| อุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่เพียงพอ หรือไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน |
|
|
| อุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้า | มาตรฐานหรือระเบียบความปลอดภัยด้านไฟฟ้าไม่ครอบคลุม |
|
| การตรวจสอบการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ และระบบไฟฟ้า |
|
|
| ขาดการสร้างความรู้ ความเข้าใจและความตระหนักถึงความปลอดภัยฯ การทำงานอย่างต่อเนื่อง |
|
|
| ไม่ปฏิบัติตามการสวมใส่การคุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) |
|
|
| ไม่มีระบบการขออนุญาตทำงานเสี่ยงภัย |
|
การรายงานอันตราย เหตุการณ์ผิดปกติ และการสอบสวนอุบัติเหตุจากการทำงาน
บริษัทฯ เปิดโอกาสให้พนักงานและผู้รับเหมารายงาน อันตราย สภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย อุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) ผ่านช่องทางที่บริษัทฯ กำหนด โดยสามารถแจ้งต่อหัวหน้างาน ฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย หรือช่องทางรับข้อเสนอแนะและข้อร้องเรียนของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริต และกำหนดให้พนักงานมีสิทธิหยุดการปฏิบัติงานหรือถอนตัวจากสถานการณ์ที่เห็นว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตหรือสุขภาพได้ โดยไม่ถูกลงโทษหรือได้รับผลกระทบเชิงลบจากการแจ้งหรือการดำเนินการดังกล่าว
กรณีเกิดอุบัติเหตุ เหตุการณ์ผิดปกติ หรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุระหว่างการปฏิบัติงาน บริษัท ฯ กำหนดให้ผู้ประสบเหตุหรือหัวหน้างานต้องมีการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดให้มีการสอบสวนสาเหตุ และการวิเคราะห์อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ผิดปกติอย่างละเอียดโดยฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นผู้ดำเนินการร่วมกับเจ้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหาสาเหตุและกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดิมซ้ำในอนาคต รวมถึงสื่อสารผลการสอบสวน บทเรียนที่ได้รับ และข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานอื่นเพื่อเรียนรู้และเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น
ในปี 2568 บริษัทฯ มีเหตุการณ์ผิดปกติหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานจำนวน 9 เหตุการณ์ โดยบริษัทฯ ได้ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ วิเคราะห์สาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ทบทวนมาตรการควบคุมความเสี่ยง และกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ มีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
การบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่ของบริษัทฯ เนื่องจากสุขภาวะที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงาน บริษัทฯ จึงจัดให้มีบริการด้านสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน เพื่อสนับสนุนการป้องกันโรคและการบาดเจ็บจากการทำงาน รวมถึงการเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน การดำเนินงานดังกล่าวครอบคลุมการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ เช่น การตรวจวัดความเข้มของแสง เสียง ความร้อน ฝุ่นละออง และสารเคมี รวมถึงการตรวจสุขภาพพนักงานก่อนเริ่มงาน และการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อประเมินความพร้อมในการปฏิบัติงานและเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ นำผลการตรวจวัดและผลการตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการควบคุม การปรับปรุงพื้นที่ปฏิบัติงาน และการจัดเตรียมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะงานและระดับความเสี่ยง
นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีห้องพยาบาลสำหรับให้บริการด้านสุขภาพแก่พนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่ โดยมีพยาบาลวิชาชีพประจำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยยาและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอต่อการให้บริการ เพื่อสนับสนุนการดูแลและปฐมพยาบาลกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยระหว่างการปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที และการประสานงานเพื่อส่งต่อการรักษาเมื่อจำเป็น

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานภายใต้แสงสว่างที่เหมาะสม ซึ่งมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน ความปลอดภัย และสุขภาพของพนักงาน ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการตรวจวัดระดับแสงสว่างอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เพื่อประเมินประสิทธิผลของการปรับปรุงแสงสว่างจากการเปลี่ยนหลอดไฟในพื้นที่ทำงานต่างๆ เมื่อปี 2567 โดยผลการตรวจวัดพบว่าระดับแสงสว่างยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและเป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนหลอดไฟ LED แทนหลอดไฟแบบเก่าเพิ่มเติมในจุดที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงและมีค่าตรวจวัดความเข้มของแสงไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการมองเห็น ลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุในสถานที่ทำงาน และลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อดวงตา อันส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานโดยรวม

บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานใหม่ได้รับการตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงก่อนเริ่มงานภายใน 30 วัน ซึ่งเป็นการตรวจร่างกายและสภาวะทางจิตใจตามวิธีทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ เพื่อให้ทราบถึงความเหมาะสมของสภาวะสุขภาพของพนักงานหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของพนักงานเมื่อทำงานเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยง โดยฝ่ายงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยได้ทำการประเมินปัจจัยเสี่ยงของแต่ละงานและกำหนดรายการตรวจ (Health Check up – Matrix) โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ เช่น การตรวจสมรรถภาพการได้ยินหากต้องทำงานในพื้นที่ที่มีเสียงดัง การตรวจสมรรถภาพปอดในพื้นที่ที่มีการสัมผัสฝุ่นหรือสารเคมี และการตรวจระดับสารเคมีในร่างกาย เป็นต้น หากผลการตรวจพบความผิดปกติ บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งผลให้พนักงานรับทราบ พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นจากพยาบาลวิชาชีพและเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย โดยผลการตรวจจะถูกนำไปพิจารณาร่วมกับแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ เพื่อประเมินความเหมาะสมของพนักงานกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ หากพบว่าสุขภาพของพนักงานไม่เหมาะสมกับลักษณะงาน บริษัท ฯ จะปรับเปลี่ยนหน้าที่การทำงานให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของพนักงาน
บริษัทฯ จัดให้มีการตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี 2568 ตามหลักเกณฑ์ทางการแพทย์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวมของพนักงาน และเฝ้าระวังผลกระทบด้านสุขภาพที่อาจเกี่ยวข้องกับลักษณะงานหรือปัจจัยเสี่ยงในสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยในปี 2568 มีพนักงานเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีจำนวน 682 คน คิดเป็นร้อยละ 94.98 ของพนักงานที่มีสิทธิเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีทั้งหมด 718 คน ซึ่งเป็นพนักงานที่มีอายุงานตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป
การตรวจสุขภาพดังกล่าวดำเนินการโดยสถานพยาบาลและผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตตามมาตรฐานวิชาชีพ ครอบคลุมการตรวจสุขภาพร่างกายในรายการที่กำหนด รวมถึงการประเมินและคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์ เพื่อให้พนักงานได้รับการดูแลสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ บริษัทฯ มีการแจ้งผลการตรวจสุขภาพให้พนักงานทราบหลังจากที่ได้รับผลตรวจภายใน 3 วัน เพื่อให้พนักงานสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างทันท่วงที ในกรณีที่พบผลการตรวจสุขภาพผิดปกติ หรือพบข้อบ่งชี้ที่อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงจากการทำงาน บริษัทฯ จะดำเนินการแจ้งผลและให้คำแนะนำแก่พนักงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพิจารณาส่งตรวจซ้ำหรือส่งต่อไปยังสถานพยาบาลเฉพาะทางตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ บริษัทฯ นำข้อมูลจากผลการตรวจสุขภาพในภาพรวมและผลการตรวจตามปัจจัยเสี่ยงมาใช้ประกอบการประเมินความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัย การทบทวนมาตรการควบคุม การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการกำหนดแนวทางป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากการทำงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลสุขภาพของพนักงาน โดยเก็บรักษา ใช้ และเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเท่าที่จำเป็น ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การมีส่วนร่วมและการสื่อสารด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า การสื่อสารและการสร้างการมีส่วนร่วมในด้านความปลอดภัยเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังพฤติกรรมด้านความปลอดภัยให้แก่พนักงานในทุกระดับ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้อง ดังนั้น บริษัทฯ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานจากหน่วยงานต่าง ๆ จำนวนรวม 19 คน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการปรึกษาหารือด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน โดยคณะกรรมการฯ มีการประชุมเป็นประจำเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อรับฟังประเด็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อกังวลด้านความปลอดภัยจากพนักงาน ติดตามผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย พิจารณาเหตุการณ์อุบัติเหตุหรือเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ และสนับสนุนการกำหนดแนวทางปรับปรุงมาตรการด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น รวมทั้งให้คำปรึกษาและแนะนำแก่พนักงานทุกระดับ ผู้รับเหมา และบุคคลที่เข้ามาปฏิบัติงานในบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมและช่องทางการสื่อสารด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานได้รับข้อมูลที่จำเป็นก่อนและระหว่างการปฏิบัติงาน เช่น กิจกรรม Safety Talk การสนทนาความปลอดภัยประจำวัน หรือ Safety Morning Talk กิจกรรม Kiken Yoshi Training (KYT) โครงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ และกิจกรรมวันความปลอดภัย หรือ Safety Day ซึ่งเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติ เช่น เกมค้นหาจุดเสี่ยงและจุดอันตรายจากภาพจำลองสถานการณ์ เพื่อเสริมสร้างทักษะในการสังเกตอันตราย การประเมินความเสี่ยง และการเลือกใช้หรือสวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างถูกต้องและเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ สื่อสารด้านความปลอดภัยด้วยการติดตั้งป้ายรณรงค์ ป้ายเตือน และป้ายแสดงจุดเสี่ยงในพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม ทั้งในระหว่างการทำงานและในชีวิตประจำวัน
ในปี 2568 บริษัทฯ จัดกิจกรรมด้านการสื่อสารและการมีส่วนร่วมด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยรวมทั้งหมด 52 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 962 คน

การอบรมและพัฒนาทักษะพนักงานด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย
บริษัทฯ สนับสนุนการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยในการทำงานให้แก่พนักงานทุกระดับ จึงได้จัดให้มีการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการป้องกันอุบัติภัยและการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น การขาดความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงาน การขาดทักษะความรู้ในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการฝึกฝนการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงานทุกระดับ จึงจัดอบรมด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจำแนกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- การอบรมเฉพาะด้าน เช่น การใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์อย่างปลอดภัย การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล การป้องกันและระงับอัคคีภัย การจัดการสารเคมี และการปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จำนวนรวม 29 หลักสูตร
- การอบรมและการอบรมทั่วไป ที่มีเนื้อหาด้านความปลอดภัยเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร เพื่อให้พนักงานมีความเข้าใจในกฎระเบียบ มาตรฐาน วิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากการทำงาน และการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างเหมาะสม เช่น การปฐมนิเทศพนักงานใหม่ หรือการอบรมกฎระเบียบการทำงานของบริษัทฯ
ในปี 2568 บริษัทฯ มีพนักงานที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยเฉพาะด้านจำนวน 788 คน และมีพนักงานที่ได้รับการอบรมทั่วไปซึ่งมีเนื้อหาด้านความปลอดภัยรวมอยู่ด้วยจำนวน 727 คน
| 2566 | 2567 | 2568 | |
|---|---|---|---|
| จำนวนพนักงานทั้งหมดในปีรายงาน* (คน) | 1,034 | 941 | 962 |
| พนักงานที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยเฉพาะด้าน (Specific Safety Training) (คน) | 362 | 413 | 788 |
| พนักงานที่ได้รับการอบรมทั่วไปซึ่งมีเนื้อหาด้านความปลอดภัย (คน) | 325 | 278 | 727 |
| สัดส่วนพนักงานที่ได้รับการอบรมด้านความปลอดภัยเฉพาะด้านต่อจำนวนพนักงานทั้งหมด (ร้อยละ) | 35.01 | 43.89 | 81.91 |
* หมายเหตุ
- จำนวนพนักงานทั้งหมดในปีรายงาน หมายถึง พนักงานทั้งหมดที่มีสถานะเป็นพนักงานของบริษัทฯ ณ วันที่เข้าร่วมการอบรมภายในปีรายงาน โดยรวมพนักงานที่ลาออกระหว่างปีด้วย
- การนับจำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรมเป็นการนับแบบรายบุคคลไม่ซ้ำภายในแต่ละประเภทการอบรม
- จำนวนพนักงานที่ได้รับการอบรมเป็นการรายงานแยกตามประเภทหลักสูตร เนื่องจากพนักงานหนึ่งคนอาจเข้าร่วมได้มากกว่าหนึ่งประเภท จึงไม่นำตัวเลขทั้งสองประเภทมารวมกัน
บริษัทฯ ดำเนินการฝึกซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ครอบคลุมการปฏิบัติงานทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน เพื่อเตรียมความพร้อมของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องในการรับมือกับเหตุการณ์อัคคีภัยและสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเหมาะสม การฝึกซ้อมดังกล่าวจัดขึ้นโดยร่วมมือกับหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจำนวน 4 แห่ง เพื่อให้ความรู้ ทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฝึกทักษะการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น และทดสอบความพร้อมของระบบการแจ้งเหตุ การอพยพ เส้นทางอพยพ และการรวมพลตามแผนฉุกเฉินของบริษัทฯ
ในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมรวมจำนวน 572 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเข้าร่วมการฝึกซ้อม แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมการฝึกซ้อมในช่วงกลางวันจำนวน 547 คน และช่วงกลางคืนจำนวน 25 คน โดยการฝึกซ้อมครอบคลุมการจำลองสถานการณ์ การแจ้งเหตุ การอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง การรวมพล ณ จุดที่กำหนด และการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
ก่อนการฝึกซ้อม บริษัทฯ ได้สื่อสารแผนการฝึกซ้อมไปยังผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อให้รับทราบล่วงหน้า ลดความกังวลที่อาจเกิดขึ้นจากการจำลองสถานการณ์ และส่งเสริมความเข้าใจร่วมกันระหว่างบริษัทฯ กับชุมชนโดยรอบ ทั้งนี้ ผลการฝึกซ้อมได้รับการประเมินว่าอยู่ในระดับดี โดยพิจารณาจากความพร้อมของผู้เข้าร่วม การปฏิบัติตามขั้นตอนการอพยพ ระยะเวลาในการอพยพ การสื่อสารระหว่างเกิดเหตุ ความพร้อมของอุปกรณ์ระงับเหตุ และการประสานงานกับหน่วยงานภายนอก โดยในปี 2568 ผลการฝึกซ้อมพบว่าสามารถอพยพผู้เข้าร่วมฝึกซ้อมไปยังจุดรวมพลได้ภายในเวลา 4 นาที ซึ่งอยู่ภายในเกณฑ์ไม่เกิน 5 นาที สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลและเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

บริษัทฯ จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉินกรณีสารเคมีหกรั่วไหลและก๊าซรั่วไหล ประจำปี 2568 จำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 และวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของแผนป้องกันและระงับเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนเสริมสร้างความพร้อม ความเข้าใจ และทักษะของพนักงานในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน
การฝึกซ้อมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการแจ้งเหตุ การควบคุมพื้นที่ การใช้อุปกรณ์ระงับเหตุ การป้องกันการสัมผัสสารเคมีหรือก๊าซอันตราย และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ผู้รับเหมา ชุมชนโดยรอบ ทรัพย์สินของบริษัทฯ และสิ่งแวดล้อม
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้จำลองสถานการณ์สารเคมีโซลเวนท์ WS 200 หกรั่วไหลระหว่างการเคลื่อนย้ายบรรจุภัณฑ์บริเวณหน้าคลังสินค้า ซึ่งเป็นสารเคมีอันตรายที่ก่อให้เกิดไอระเหยไวไฟและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยหรือการระเบิดหากสัมผัสกับแหล่งกำเนิดประกายไฟ บริษัทฯ จึงให้พนักงานที่เกี่ยวข้องฝึกปฏิบัติตามขั้นตอนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ตั้งแต่การแจ้งเหตุ การกั้นพื้นที่ การควบคุมแหล่งรั่วไหล การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล การจัดการสารเคมีที่หกรั่วไหล และการทำความสะอาดพื้นที่หลังเกิดเหตุ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานมีความพร้อมในการรับมือกับเหตุการณ์จริงได้อย่างเหมาะสม ภายหลังการฝึกซ้อม บริษัทฯ ได้นำผลการประเมิน ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องมาใช้ในการทบทวนแผนฉุกเฉินและขั้นตอนการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ภายในปี 2568 บริษัทฯ มีการจัดหลักสูตรเพื่อให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจ การตระหนักถึงอันตราย และทักษะในการป้องกันแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความเสี่ยงต่าง ๆ โดยมีหลักสูตรในการอบรมพนักงาน ดังนี้
- หลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง
วันที่ 11 มิถุนายน 2568 บริษัทฯ จัดอบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูงให้แก่พนักงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการโดยวิทยากรจากบริษัท เซฟสิริ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปฏิบัติงานบนที่สูงอย่างปลอดภัย ครอบคลุมการระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยง การป้องกันการตกจากที่สูง และการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน




- หลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า และการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ที่ได้รับอันตรายจากไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2568 บริษัทฯ จัดอบรมหลักสูตรความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าและการช่วยฟื้นคืนชีพผู้ที่ได้รับอันตรายจากไฟฟ้าให้แก่พนักงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการโดยวิทยากรจากบริษัท เซฟสิริ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าอย่างปลอดภัย รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบอุบัติเหตุเกี่ยวกับไฟฟ้า ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 ข้อ 4 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างจัดให้มีการฝึกอบรมแก่ลูกจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัย


- หลักสูตรการดับเพลิงขั้นต้น (Basic Fire Fighting)
เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 บริษัทฯ จัดอบรมพนักงานให้มีความรู้และพัฒนาทักษะการดับเพลิงขั้นต้น รวมทั้งการอพยพหนีไฟได้อย่างถูกต้อง ตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555 ข้อ 27 เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยวิทยากรจาก หจก.เอทีเซลเซอร์วิสแอนด์เทรนนิ่ง




- หลักสูตรการชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) และการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัยด้วยเทคนิค (JSA)
เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 บริษัทฯ จัดอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในวิธีการชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงานในกระบวนการต่าง ๆ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงการวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัยด้วยเทคนิค Job Safety Analysis (JSA) เพื่อให้สามารถดำเนินการกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันอันตราย และการจัดทำแผนจัดการความเสี่ยงได้อย่างครอบคลุมและสอดคล้องกับระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัย ISO 45001: 2018

- หลักสูตรมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 บริษัทฯ จัดอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจถึงอันตรายจากการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีเสียงดัง ซึ่งอาจทำให้สูญเสียสมรรถภาพการได้ยินไปชั่วขณะหรือถาวร รวมทั้งเรียนรู้แนวทางการป้องกันแก้ไข การใช้งานอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม


- การอบรมความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นเหนือศีรษะ
บริษัทฯ กำหนดให้พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับปั้นจั่นตามตำแหน่งดังนี้ ผู้บังคับ ผู้ให้สัญญาณ ผู้ยึดเกาะวัสดุ และผู้ควบคุม เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทำงานที่ปลอดภัย รวมทั้งการป้องกันอันตรายจากปั้นจั่น โดยต้องเรียนรู้เกี่ยวกับรายละเอียดของโครงสร้างอุปกรณ์ การตรวจสอบและการบำรุงรักษาอุปกรณ์ของปั้นจั่น ดำเนินการโดยวิทยากรจากบริษัท พีเอส เซฟตี้ จำกัด เมื่อวันที่ 27 – 29 พฤษภาคม 2568




- การอบรมความปลอดภัยการทำงานกับสารเคมีและการตอบโต้กรณีสารเคมีหกรั่วไหล
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 บริษัทฯ จัดอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรายของสารเคมี การใช้เครื่องหมายและป้ายสัญลักษณ์ รวมถึงการช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย โดยวิทยากรจาก หจก.เอทีเซลเซอร์วิสแอนด์เทรนนิ่ง โดยกำหนดให้มีการฝึกอบรมและทบทวนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ข้อ 34 และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง



- การอบรมดับเพลิงขั้นสูง (Advancer Fire)
บริษัทฯ ส่งพนักงานจำนวน 5 คน เข้ารับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นสูง ณ ศูนย์ฝึกอบรมด้านความปลอดภัย บริษัท เอทีเซล เซอร์วิส แอนด์ เทรนนิ่ง จำกัด อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 – 25 ตุลาคม 2568 เพื่อยกระดับความรู้และทักษะในการระบุสาเหตุของอัคคีภัย รวมถึงพัฒนาความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพ การอบรมมีเนื้อหาครอบคลุมการเรียนรู้วิธีการดับเพลิงในสถานการณ์ต่าง ๆ การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ดับเพลิงที่ทันสมัย ตลอดจนการฝึกซ้อมในสถานการณ์จำลอง เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถประเมินและจัดการกับสถานการณ์อัคคีภัยได้อย่างมั่นใจ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง

- การอบรมการฝึกซ้อมดับเพลิงย่อยประจำสัปดาห์
บริษัทฯ ดำเนินการอบรมและฝึกซ้อมดับเพลิงย่อยเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยฝ่ายความปลอดภัยร่วมกับทีมดับเพลิงขั้นสูง (Fire Advance) เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาทักษะของทีมผจญเพลิงของบริษัทฯ ในด้านการตัดสินใจ การประเมินสถานการณ์ และการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว การฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอช่วยเพิ่มความพร้อมในการรับมือเหตุอัคคีภัย ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง

- การอบรมทบทวนความปลอดภัยในการทำงานและโรคจากการประกอบอาชีพ (Safety Re-Training Program)
เมื่อวันที่ 15 กันยายน – 25 พฤศจิกายน 2568 บริษัทฯ จัดอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้อง (จำนวน 6 รุ่น) เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจ และเพิ่มเติมความรู้ใหม่เกี่ยวกับความปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และส่งเสริมความตระหนักถึงความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพ และการปลูกฝังพฤติกรรมการทำงานอย่างปลอดภัย

การส่งเสริมสุขภาพของพนักงานที่นอกเหนือจากการทำงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ควบคู่กับการป้องกันโรคและปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่นอกเหนือจากการบาดเจ็บหรือโรคที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน โดยมุ่งสนับสนุนให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และบริการด้านสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว
บริษัทฯ จัดให้มีห้องพยาบาลสำหรับให้บริการด้านสุขภาพแก่พนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที่ โดยมีพยาบาลวิชาชีพประจำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมด้วยยาและเวชภัณฑ์ที่เพียงพอต่อการให้บริการอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเบื้องต้น การให้คำแนะนำด้านสุขภาพ และการช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีพื้นที่ที่เหมาะสม ถูกสุขลักษณะ และมีความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงานหญิงที่ต้องการให้นมบุตรหรือเก็บรักษาน้ำนมแม่ พร้อมทั้งสนับสนุนการให้ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่โดยพยาบาลวิชาชีพ เพื่อส่งเสริมสุขภาพของมารดาและบุตร และสนับสนุนสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตของพนักงาน


บริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง เช่น การให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ สุขอนามัยส่วนบุคคล การป้องกันโรคติดต่อ และการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม รวมถึงการจัดกิจกรรมที่สนับสนุนการออกกำลังกาย การผ่อนคลายความเครียด และการสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและสุขภาพจิต เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานทั้งในชีวิตการทำงานและชีวิตประจำวัน
บริษัทฯ ตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพจากโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะโรคที่มียุงเป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก จึงกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดการสภาพแวดล้อมตามหลัก 5ส. เพื่อลดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย รวมถึงการฉีดพ่นยากำจัดยุงในพื้นที่ปฏิบัติงานและบริเวณโดยรอบตามรอบเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสื่อสารและรณรงค์ให้พนักงานตระหนักถึงการดูแลสุขอนามัย การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และการป้องกันตนเองจากโรคที่มียุงเป็นพาหะ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยของพนักงาน และลดโอกาสการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ปฏิบัติงานและชุมชนใกล้เคียง

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของคู่ค้าผู้รับเหมา
บริษัทฯ มุ่งเน้นให้การดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยครอบคลุมทั้งพนักงานและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ควบคุมของบริษัทฯ ทั้งหมด (ร้อยละ 100) เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมการทำงาน บริษัทฯ จึงกำหนดข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในการทำงานไว้ในจรรยาบรรณธุรกิจของคู่ค้า โดยกำหนดให้คู่ค้าและผู้รับเหมาต้องดูแลพนักงานของตนเองให้ปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย จัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ถูกสุขลักษณะ และสนับสนุนให้พนักงานของตนได้รับความรู้และการฝึกซ้อมตามแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
นอกจากนี้ บริษัทฯ กำหนดให้ผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ ต้องรับทราบและปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และมาตรการด้านความปลอดภัยของบริษัท ฯ อย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา โดยกำหนดให้ผู้รับเหมามีหน้าที่ต้องดูแลแรงงานของตนเองและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลที่เหมาะสมและเพียงพอต่อลักษณะงานและระดับความเสี่ยง
สำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง บริษัทฯ กำหนดให้บุคลากรของผู้รับเหมาที่เข้าปฏิบัติงานต้องผ่านการตรวจสุขภาพเฉพาะด้านตามลักษณะงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การตรวจระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจสำหรับการทำงานในพื้นที่อับอากาศ รวมถึงการตรวจวัดความดันโลหิตก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้ง เพื่อประเมินความพร้อมของผู้ปฏิบัติงานและลดความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ ทรัพย์สิน และความต่อเนื่องในการดำเนินงานของบริษัทฯ
ในปี 2568 บริษัทฯ จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้รับเหมาเกี่ยวกับกฎระเบียบด้านความปลอดภัย ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานภายในพื้นที่ของบริษัทฯ รวมจำนวน 127 ครั้ง โดยจัดอบรมเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง มีผู้รับเหมาเข้าร่วมการอบรมจำนวน 520 ราย เพื่อให้ผู้รับเหมามีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริษัทฯ ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสอดคล้องกับมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่บริษัทฯ กำหนด


| รายการ | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|
| จำนวนผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ระบบความปลอดภัยและอาชีวอนามัย (คน) | |||
|
1,034 | 941 | 962 |
|
372 | 421 | 520 |
| อัตราการเสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากอุบัติเหตุจากการทำงาน (Major Accident) | |||
|
1 | 0 | 1 |
|
0 | 0 | 0 |
| การเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานของพนักงาน | 0 | 0 | 0 |
| อัตราการบาดเจ็บจากการทำงานถึงขั้นหยุดงาน (LTIFR) ต่อ 1 ล้านชั่วโมงการทำงาน | |||
|
11.20 | 2.97 | 3.12 |
|
0 | 0 | 0 |