แนวทางการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารความเสี่ยง จึงส่งเสริมการบริหารจัดการความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่คุณค่าของทุกธุรกิจในทุกมิติให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เพื่อให้บริษัท ฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งนอกเหนือจากความเสี่ยงด้านการดำเนินธุรกิจแล้ว บริษัท ฯ ยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG-related Risks) ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัทฯ ในระยะยาวด้วย

บริษัทฯ ได้กำหนด “นโยบายบริหารความเสี่ยง” และคู่มือการบริหารความเสี่ยงซึ่งมีการทบทวนและปรับปรุงเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) นั้น บริษัท ฯ ได้นำกรอบการบริหารความเสี่ยงของ The Committee of Sponsoring Organization of the tread way Commission (COSO) ทั้ง version COSO ERM 2017 (Enterprise Risk Management Integrating with Strategy and Performance) และ COSO ESG 2018 (Enterprise Risk Management – Applying enterprise risk management to environmental, social, and governance-related risks) มาใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงขององค์กร โดยปรับให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้มีการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับและเชื่อมโยงทั่วทั้งองค์กร

บริษัทฯ มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 2 คน กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 2 คน และผู้บริหารระดับสูง จำนวน 1 คน รวมทั้งหมด 5 คน โดยมีกรรมการอิสระเป็นประธาน ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยง กำกับดูแลและติดตามการบริหารความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และพิจารณาความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตจากภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันทางธุรกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีและวัฒนธรรมต่างๆ กฎระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย รวมทั้งความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่าน (transition risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต

เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนในบริษัทฯ มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกส่วนงานจำนวน 29 คน โดยมีนายณัฐพนธ์ อินทร์ประโคน ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารจัดซื้อและคลังสินค้า เป็นประธานคณะทำงานบริหารความเสี่ยง มีบทบาทหน้าที่ในการร่วมกันระบุและประเมินความเสี่ยงสำคัญทุกประเภททั่วทั้งองค์กร และติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการจัดการและควบคุมความเสี่ยง เพื่อสรุปรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกเดือน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีการทวนสอบระบบควบคุมภายในและประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยง และบ่งชี้ความเสี่ยงในกระบวนการทำงานภายในองค์กรเพิ่มเติมโดยสำนักงานตรวจสอบภายใน (Third-party internal auditor) จากภายนอกด้วย โดยมี นางภิรดา โทนะหงษา ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาองค์กร เป็นผู้รับผิดชอบประสานงาน โดยบริษัทฯ จัดให้มีการตรวจสอบระบบควบคุมภายในเป็นประจำทุกไตรมาส

กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยง

บริษัท ฯ บริหารความเสี่ยงขององค์กร โดยกำหนดเป็นกระบวนการที่สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานตามมาตรฐานสากล COSO ERM 2017 และ COSO ESG 2018 โดยมุ่งเน้นให้มีการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุมความเสี่ยงหลักทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ ด้านกลยุทธ์ ด้านการปฏิบัติการ ด้านการเงิน ด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและด้านการทุจริต และขยายขอบเขตการบริหารความเสี่ยงให้ครอบคลุมความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG-related Risks) และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (emerging risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัทฯ ทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว โดยมีกระบวนการในการบริหารความเสี่ยง ดังนี้

บริษัท ฯ ได้มีการทบทวนความเสี่ยงที่สำคัญขององค์กรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาความ เสี่ยงใหม่หรือความเสี่ยงเดิมที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมและบริบทของ อุตสาหกรรม เช่น การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ กฎระเบียบ หรือเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารมีข้อมูลเพียงพอในการ กำหนดกลยุทธ์และตัดสินใจอย่างรอบคอบ การประเมิน ประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและติดตาม ผลการจัดการความเสี่ยงของทุกส่วนงานทำให้มั่นใจว่า การบริหารความเสี่ยงดำเนินไปอย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล สนับสนุนให้บริษัท ฯ สามารถบรรลุผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์และ เป้าหมายที่กำหนดไว้

ศึกษานโยบายการบริหารความเสี่ยง เพิ่มเติมได้ที่ www.nerubber.com หรือ สแกน QR Code
การประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร (ผลการดำเนินงานในปี 2568)

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร ครอบคลุมทุกหน่วยงาน (ร้อยละ 100) จากการจัดลำดับความเสี่ยง พบว่า มีความเสี่ยงระดับองค์กรที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ดังนี้

ประเภทความเสี่ยง ความเสี่ยงด้าน
เศรษฐกิจ
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงด้านสังคม ความเสี่ยงด้าน
การกำกับดูแลกิจการ
ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk)
  • ความเสี่ยงจากการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมยางพารา
  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์วัตถุดิบ
  • ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (emerging risk)
  • ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานจากข้อพิพาทในพื้นที่ทับซ้อนชายแดน (emerging risk)
ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ (Operational Risk)
  • ความเสี่ยงด้านสุขภาพจากมลภาวะอากาศ
  • ความเสี่ยงจากสภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ
  • ความเสี่ยงด้านมลภาวะทางน้ำ
  • ความเสี่ยงด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน
  • ความเสี่ยงด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์และความปลอดภัยของข้อมูล
ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk)
  • ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ
(Compliance Risk)
  • ความเสี่ยงด้านกฎหมายและระเบียบทางการค้า
  • ความเสี่ยงจาก กฎระเบียบว่าด้วยการไม่ตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EUDR) (emerging risk)
การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ

กระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมยางพารามีความเชื่อมโยงกันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับวัตถุดิบ การตรวจสอบคุณภาพ การผลิต การจัดเก็บสินค้า ไปจนถึงการส่งมอบให้แก่ลูกค้า ดังนั้น การหยุดชะงักหรือความขัดข้องในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสายการผลิตโดยรวม ความสามารถในการส่งมอบสินค้า ต้นทุนการดำเนินงาน และความเชื่อมั่นของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสีย ปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจอาจเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน หรือสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ รวมถึงปัจจัยภายใน เช่น การขัดข้องของเครื่องจักร การหยุดชะงักของระบบสาธารณูปโภค การขาดแคลนแรงงาน อัคคีภัย อุบัติเหตุในโรงงาน หรือเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ซึ่งอาจกระทบต่อความต่อเนื่องของกระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) โดยจัดทำแผนตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Response Plan: ERP) และแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) เพื่อเตรียมความพร้อมขององค์กรในการป้องกัน ลดผลกระทบ ตอบสนอง และฟื้นฟูการดำเนินงานเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก แผนดังกล่าวครอบคลุมการกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประเมินสถานการณ์และผลกระทบต่อกระบวนการสำคัญ การสื่อสารและประสานงานภายในองค์กร การดูแลความปลอดภัยของพนักงานและผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็นเพื่อให้บริษัทฯ สามารถดำเนินงานต่อไปได้ภายใต้ภาวะวิกฤต

บริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลต่อกระบวนการผลิต เช่น การจัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิงและระบบป้องกันอัคคีภัย การกำหนดเส้นทางและแผนอพยพบุคลากร การเตรียมความพร้อมของทีมงานที่รับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการสื่อสารแนวทางปฏิบัติให้แก่พนักงานและผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อรับทราบข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับการหยุดจ่ายไฟฟ้าหรือเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถวางแผนการผลิต ปรับตารางการทำงาน และลดผลกระทบต่อการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม

ในด้านความพร้อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์ บริษัทฯ ได้วางแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันตามรอบระยะเวลาที่กำหนด ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรและระบบสนับสนุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดเตรียมอะไหล่สำรองสำหรับอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อกระบวนการผลิต เพื่อลดโอกาสเกิดความขัดข้องที่อาจทำให้สายการผลิตหยุดชะงัก บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารกำลังคน การจัดเตรียมพนักงานทดแทนในกระบวนการสำคัญ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างทันท่วงที

บริษัทฯ ทบทวนและปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป ความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น เหตุการณ์เพลิงไหม้ โดยนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ยกระดับความพร้อมขององค์กรในการป้องกัน ตอบสนอง และฟื้นฟูการดำเนินงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพนักงาน ทรัพย์สิน กระบวนการผลิต และการส่งมอบสินค้า เพื่อลดโอกาสและผลกระทบจากการหยุดชะงักของการดำเนินธุรกิจและรักษาความต่อเนื่องในการให้บริการลูกค้า

การส่งเสริมวัฒนธรรมบริหารความเสี่ยง
การพัฒนาความรู้และทักษะด้านการบริหารความเสี่ยง

บริษัทฯ มุ่งพัฒนาศักยภาพของพนักงานทั่วทั้งองค์กรให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงตามแผนพัฒนาพนักงาน จึงจัดให้มีการฝึกอบรมด้านการบริหารความเสี่ยง ซึ่งครอบคลุมไปถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เพื่อให้พนักงานทุกระดับภายในบริษัทฯ เกิดการรับรู้ ตระหนัก และเข้าใจถึงความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับองค์กรและนำไปใช้ในการปฏิบัติงานประจำวันของตนเอง ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรด้านบริหารความเสี่ยง ดังนี้

  • วันที่ 29-30 มิถุนายน 2568 บริษัทฯ จัดการฝึกอบรมหลักสูตร การบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากล (ISO 31000:2018) ให้กับคณะทำงานด้านความเสี่ยง ผู้บริหาร พนักงานทุกฝ่าย โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญจากสภาวิชาชีพบัญชี มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการบริหารจัดการความเสี่ยงและสามารถนำหลักการบริการความเสี่ยงไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท ฯ และการทำงานของพนักงาน มีพนักงานเข้าร่วมการอบรมจำนวน 72 คน
  • วันที่ 21 สิงหาคม 2568 บริษัทฯ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) ให้แก่ คณะทำงานด้านความเสี่ยง ผู้บริหาร และพนักงานทุกฝ่าย รวมจำนวนทั้งสิ้น 58 คน โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท อิกนิไฟเออร์ จำกัด มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและกระบวนการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร ตั้งแต่การระบุความเสี่ยง การวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบ การประเมินระดับความเสี่ยง การจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง การติดตามความเสี่ยง ตลอดจนการกำหนดมาตรการควบคุมและแผนจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประเมินและบริหารความเสี่ยงในงานที่รับผิดชอบได้อย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับบริบทการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และสนับสนุนให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจและการปฏิบัติงานประจำวันของทุกหน่วยงาน
การบูรณาการการบริหารความเสี่ยงสู่การปฏิบัติงานจริง
  • บริษัทฯ กำหนดให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนกลยุทธ์ การจัดทำแผนงานและการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายและกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ รวมถึงเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจก่อนการลงทุนในโครงการต่างๆ อาทิ โครงการสำคัญขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูง คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะร่วมพิจารณาให้ความเห็นและข้อเสนอแนะความเพียงพอของการประเมินความเสี่ยง และมาตรการจัดการความเสี่ยง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาอนุมัติการลงทุนของคณะกรรมการบริษัทฯ รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าโครงการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการลงทุนของบริษัทฯ สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่ตั้งไว้ และประเมินผลโครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จเพื่อนำมาปรับปรุงการบริหารโครงการของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง
  • บริษัทฯ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร โดยจัดประชุมคณะทำงานบริหารความเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับฝ่าย และพนักงานระดับปฏิบัติการ เพื่อติดตามการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กร รวมถึงจัดให้มีการกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยงและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยจัดทำแผนบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยง (Risk Mitigation Plan) พร้อมทั้งกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัดความเสี่ยง และมีการติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และประเมินระดับความเสี่ยงหลังการดำเนินการ พร้อมหามาตรการควบคุมความเสี่ยงดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยผลการดำเนินงานจะถูกรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นประจำทุกเดือน
  • บริษัทฯ กำหนดตัวชี้วัดผลงานขององค์กรและผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูง ให้มีความสอดคล้องกับความเสี่ยงขององค์กรหรือตัวชี้วัดความเสี่ยง ซึ่งจะเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดผลงานของหน่วยงานผู้รับผิดชอบความเสี่ยงเช่นกัน เพื่อให้มีการติดตามและประเมินประสิทธิผลของมาตรการควบคุมและแผนการดำเนินงานด้านความเสี่ยง ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักขององค์กร โดยหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้กำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดผลงานให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดความเสี่ยง ตัวอย่างเช่น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ บริษัทฯ มีการตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากปีฐาน 2564 รวมถึงมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2573 จึงได้ดำเนินการปรับปรุงและปรับเปลี่ยนกระบวนการ อุปกรณ์ ตลอดจนใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การใช้พลังงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต ลดสัดส่วนการใช้พลังงานฟอสซิล โดยการเพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์และพลังงานชีวภาพ เป็นต้น
นโยบายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายการบริหารความเสี่ยง
คู่มือการบริหารความเสี่ยง