แนวทางบริหารจัดการ

บริษัท ฯ มีนโยบายในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดการใช้ทรัพยากร และสร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดย กำหนดกรอบการดำเนินงาน 5 ด้านเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสอดคล้องกันตลอดทั้งระบบนิเวศ ดังนี้

บริษัท ฯ มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการปรับใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงในต้นทุนที่เหมาะสม และตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง โดยดำเนินงานอย่างเป็นระบบตามแนวคิดการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็น (Lean Innovation) และหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนนำมาตรฐานสากล อาทิ ISO 14001, ISO 9001 และ ISO 45001 ครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติงานของบริษัท จังหวัดบุรีรัมย์ มาใช้เพื่อให้เกิดความมั่นใจในทุกมิติ บริษัท ฯ ได้วางกลยุทธ์การจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ดังนี้

ผลการดำเนินงานปี 2567

การพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์นวัตกรรม

บริษัท ฯ มุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ให้มากขึ้น โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัท ฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 1 รายการ ในโครงการพัฒนาแผ่นยางปูพื้นทั่วไปจากยางธรรมชาติ โดยมีรายละเอียดของโครงการดังนี้

โครงการพัฒนาแผ่นยางปูพื้นทั่วไปจากยางธรรมชาติ

โครงการนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับยางธรรมชาติ ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของบริษัท ฯ ให้เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีคุณภาพสูง ยืดหยุ่น ทนทาน และปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เริ่มต้นจากการศึกษาและทดลองคุณสมบัติเฉพาะของยางธรรมชาติ

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการตรวจสอบ รับรองจากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมตามมาตรฐาน มอก. 2377 – 2559 และได้จัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับยางพาราธรรมชาติ แต่ยังสนับสนุนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนเกษตรกร และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การพัฒนานวัตกรรมในกระบวนการผลิต

บริษัท ฯ สนับสนุนและผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และส่งเสริมความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ในปี 2567 ฝ่ายวิศวกรรมซ่อมบำรุงและฝ่ายผลิตจึงร่วมกันออกแบบนวัตกรรมกระบวนการจำนวน 2 โครงการ ดังนี้

โครงการรถเข็นกระบะอบยางไฟฟ้า

บริษัท ฯ ได้ติดตามและวิเคราะห์สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานของพนักงานที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจากการลากและเข็นกระบะอบยาง ณ จุดหน้าเตา เนื่องจากกระบะที่ใส่ยางเพื่ออบแห้ง มีน้ำหนักรวมหลังใส่ยางมากถึง 680 กิโลกรัม ต้องใช้พนักงานอย่างน้อย 4 คน ในการเข็น ดังนั้นฝ่ายวิศวกรรมซ่อมบำรุงและฝ่ายผลิตจึงได้ทำงานร่วมกันออกแบบระบบการเดินกระบะอบยางอัตโนมัติ เพื่อลดความเสี่ยงจากการทำงานที่อาจเกิดอันตราย และพัฒนาต่อยอดให้กระบวนการทำงานมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

รถเข็นกระบะอบยางไฟฟ้า

โครงการชุดดึงกระบะอบยางหอโรย

โครงการนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการรถเข็นกระบะอบยางไฟฟ้า โดยนำประสบการณ์จากการพัฒนารถเข็นกระบะอบยางไฟฟ้ามาแก้ไขปัญหาของจุดหอโรยที่มีการทำงานต่อเนื่องกันกับจุดหน้าเตา ซึ่งมีการใช้แรงคนในการลากดึงกระบะอบยางเป็นระยะทางที่ยาวประมาณ 16 เมตร ทำให้การไหลของกระบะอบยางไม่สม่ำเสมอและขาดความต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาการเปลี่ยนพนักงานประจำจุดนี้อยู่บ่อยครั้งเนื่องจากเป็นงานที่หนักและเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงานและกระบวนการผลิตโดยรวม

ชุดดึงกระบะอบยางหอโรย

ทั้งสองโครงการมีส่วนสำคัญในการช่วยลดภาระงานของพนักงาน ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บจากการทำงาน และปรับปรุงสภาพการทำงานของพนักงานให้ดีขึ้น รวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายของบริษัท ฯ โดยการปรับลดจำนวนพนักงานในแต่ละกะ จากเดิมที่ต้องใช้พนักงาน 4 คนต่อกะ ลดลงเหลือเพียง 2 คนต่อกะ ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งสองโรงงานได้กว่า 990,000 บาทต่อปี รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในของกระบวนการผลิตด้วย

จากกการดำเนินงานเพื่อการพัฒนากระบวนการและผลิตภัณฑ์ที่สร้างคุณค่าเป้าหมายและสรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญแสดงดังตาราง